TheMagazine

วิธี Download
- วาง Mouse ที่ Download แล้ว Click ขวาเลือก Save Target As
- ไฟล์นามสกุล PDF ถ้าอ่านไม่ได้ให้ลงโปรแกรม Adobe Acrobat Reader ก่อน

Issue 01
Download

Issue 02
Download

Issue 03
Download

Issue 04
Download

Issue 05
Download

Issue 06
Download

Issue 07
Coming Soon...

Issue 08
Coming Soon...

Issue 09
Coming Soon...

Issue 10
Coming Soon...

Issue 11
Coming Soon...

Issue 12
Coming Soon...

Issue 13
Coming Soon...

Issue 14
Coming Soon...

Issue 15
Coming Soon...

Issue 16
Coming Soon...

Issue 17
Coming Soon...

Issue 18
Coming Soon...

Issue 19
Coming Soon...

Issue 20
Coming Soon...

Issue 21
Coming Soon...

Issue 22
Download

Issue 23
Download

Issue 24
Download

Issue 25
Download

Issue 26
Download

Issue 27
Download

Issue 28
Download

Issue 29
Download

Issue30
Download

Issue 31
Download

Issue32
Download

Issue33
Download

Issue34
Download

Issue35
Download

Issue36
Download

Issue37
Download

Issue38
Download

Issue39
Download

Issue40
Download

Issue41
Download

Issue42
Download

Issue43
Download

Issue44
Download

Issue45
Download

Issue46
Download

Issue47
Download

Issue48
Download

Issue49
Download

Issue50
Download

Issue51
Download

Issue52
Download

Issue53
Download

Issue54
Download

Issue55
Download

Issue56
Download

Issue57
Download

Issue58
Download

Issue59
Download

Issue60
Download



YOU ARE HERE : The Charactors
เอามาโชว์เล่นๆ นายทรงศีล ทิวสมบุญ เป็นคนออกแบบให้เนื่องโอกาส YOU ARE HERE Magazine ครบรอบปี ส่วนตัวชอบตัว "Nerd" มากที่สุดเลย

Wallpaper Magazine Issue 11
Price: 120 Baht

-เรื่องหลักของฉบับนี้เล่นเกี่ยวกับเรื่อง Maximalism คนที่เบื่อการออกแบบเรียบง่ายสมถะแบบ Minimalism เหมือน YOU ARE HERE ของเรา ไปหามาอ่านซะ This issues concept is about Maximalism. For those who love YOU ARE HERE, and are totally sick of simple design or Minimalism. This is a must-read.

- เพื่อให้เข้ากับ Concept เขาเลยมีแฟชั่นชุดพิเศษ ฝีมือการถ่ายภาพของนายกรกฤช ผสมกราฟฟิคสุดล้ำ สุดรก โคตรเท่ห์ สไตล์ Impossible Image ของคุณชุติวัฒน์ เชิดชู สุดยอดมาก To go with the concept, there is a special fashion set, shot by Gornglid, blending with really cool and messy graphic in Impossible Image style by Chutiwat Cherdchu. Just brilliant!

-เซ็ทแฟชั่นอีกชุดที่เราชอบมากเป็นภาพวาดสีไม้ฝีมือของศิลปินชาวญี่ปุ่น Asako Masunouchi ที่ทำออกมาได้ละมุนละไม บาดใจมาก Another fashion set that we love is pencil-colored by a Japanese artist Asako Masunouchi, killing us softly with her art.

-ถึงแม้จะชอบมีคนบอกว่า Wallpaper Thailand สู้ Wallpaper เมืองนอกไม่ได้ แต่สำหรับเราแล้ว เราขอบคุณพวกเขาที่รวบรวมเรื่องราวการออกแบบชั้นดีจากทั่วโลกมาให้เราอ่านในราคาอันแสนย่อมเยา Some might say Wallpaper Thailand cant compete with Wallpaper elsewhere. But we thank them for all the design stories from all over the world in such a moderate price.

Domcumentary By VAJIRA, HIROTAKA KURUSU
Price: 295 Baht

-นี่คือหนังสือรวบรวมงานศิลปะของผู้ชายจมูกโตอุดมอารมณ์ขันอันเป็นที่รักของหนุ่มสาวทั่วราชอาณาจักร จากการแสดงทอล์คโชว์สุดฮิตของเขา (เขาเคยได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงอยากแต่งงานมากที่สุดด้วย) This is an art book from Thailand favorites big-nosed guy who gets famous from his one-man-standing talk show. (He was once voted as the guy most women want to marry)

-หลังจากที่นายโน้ตทำงานตั้งหน้าตั้งตาทำงานศิลปะมาเป็นเวลานาน ผลงานของเขาจึงมีมากมายนับไม่ถ้วน และนี่เป็นครั้งแรก และอาจจะครั้งเดียวที่ผลงานของเขาจะถูกรวบรวมมาอยู่ในหนังสือเล่มเขื่องขนาด 249 หน้า หนักถึง 960 กรัม (เกี่ยวอะไรวะ!) แฟนนายโน้ต ไม่ซื้อ โดนเตะ! After a long devotion for art, his works are countless. And this is the first (and perhaps only) time that his works are gathered into this 249 pages book that weights 960 grams (Whats that for anyway?)

-เผื่อยังไม่รู้งานศิลปะส่วนใหญ่ของนายโน้ตจะเป็นภาพวาด และสิ่งประดิษฐ์จากสิ่งของที่คนอื่นอาจมองว่าเป็นขยะ ซึ่งเขามองว่าเป็นความท้าทายที่จะชุบชีวิตของเหล่านั้นให้กลายเป็นสิ่งสวยงาม In case you dont know, most works by Mr.Nose are paintings and inventions from what other people might see as junks. But for him, its a challenge to give those junks a new beautiful life.

แฉเบื้องหลัง...วงการหนัง X By รัชนี เที่ยงธรรม
Price: 130 Baht

-เชื่อว่าคงมีชายหนุ่มวัยกำหนัดหลายคนหยิบหนังสือเล่มนี้มาเปิด เนื่องด้วยล่อปกล่อตาล่อใจ แต่เสียใจด้วยเพราะว่าข้างในไม่มีรูปแบบที่นายอยากดูหรอก เนื้อหาก็ไม่เสียวอย่างใจนายด้วย เขาตั้งใจออกมาให้คนระวังภัย โว้ย! There must be tons of young boys allured by the appealing cover of this book. Sorry, dudes. There is nothing you wanna see inside. And the content is not arousing like your expectation.

-เล่มนี้เขาแฉวงการหนัง X กันว่าวงการนี้เขามีการตามล่าหานางแบบกันยังไง ซึ่งส่วนใหญ่จะกึ่งโดนลวงหลอกโดยใช้คำว่า นางเอก เพื่อยุเด็กที่อยากดัง แล้วก็บอกว่าหนังจะไปฉายต่างประเทศ คนไทยไม่มีใครได้เห็น X Movie world will be disclosed to let us see the tricks they use to hunt down girls. Most of them are deceived, using the word main actress to attract girls who want to get famous.

-ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่จะถูกบีบบังคับโดยเอาสัญญามาอ้างว่า ถ้าไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งน่ากลัวที่สุด สาวๆ ที่อยากดังก็ระวังเอาไว้ละกัน What interesting is most of them are forced by the contract condition. If they refuse, they have to pay compensation. So beware!

- ถึงแม้จะน้ำเยอะ ยืดเยื้อ แต่ก็อ่านได้เรื่อยๆ เตือนใจให้รู้ว่าเขาลวงหลอกกันยังไง จะได้ระวัง (ไม่ใช่ทำตามนะ โว้ย!) Although there is a lot of babbling, its smooth enough to read. Just to know so that you can watch out. (Not to be imitated, dudes!)

บทสนทนาของเพลโต: ยูไธโฟร อโพโลจี ไครโต
The Dialogue of Plato: Eutyphro, Apology, Crito
แปลโดย สมบัติ จันทรวงศ์
Price: 90 Baht

-ด้วยความจริงที่ว่าเพลโตคือศิษย์เอกของโสเครติส หนึ่งในนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงถือว่าเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าอย่างสูง According to the fact that Plato was Socrates disciple, one of the greatest philosopher, this book is absolutely worth-reading.

-และเพราะว่าโสเครติสเป็นนักพูดฝีปากฉกาจ ผู้ไม่เคยเขียนหรือบันทึกใดๆ ดังนั้นบทสนทนาทั้งหมดของโสเครติสในเล่มจึงถูกเล่า และเรียบเรียงผ่านเพลโต โดยกำหนดให้ผู้อ่านอยู่ในฐานะบุคคลที่ 2 ให้ผู้อ่านได้รับรู้บรรยากาศเหมือนอยู่ในวงสนทนา ณ ศาลเมืองเอเธนส์เมื่อ 2,000 ปีก่อนเลยทีเดียว Since Socrates was a bold mouth teacher who never recorded his words in papers, all his conversations were narrated and compiled by Plato. Readers will feel like they are actually at the scene, in the Athens court 2,000 years ago.

-โสเครติสถูกลงโทษประหารชีวิตข้อหายุยงให้ผู้คนไม่นับถือพระเจ้า (ซึ่งในยุคนั้นพระเจ้าครองโลกอยู่) โสเครติสมีโอกาสรอดชีวิต มีคนพยายามชวนเขาให้หนี แต่เขาปฏิเสธ Socrates was sentenced to death for inciting people against God (God ruled the world at that time) He had a chance to live. People tried to help him escape, but he denied.

Text by Non-Civilization

เราเชื่อว่าทุกๆ สิ่ง ล้วนมีที่มาและเรื่องราวอยู่ในตัว ยีนส์ LEE ร่วมมือกับ YOU ARE HERE Magazine จัดกิจกรรมภายใต้ Concept ที่ว่า "MAKE HISTORY WITH LEE JEANS"

เพียงแค่ส่งเรื่องราว และรูปถ่ายที่น่าจดจำเกี่ยวกับยีนส์ LEE ของคุณมาที่ lee@youareheremag.net
ไม่จำกัดเพศ และอายุ ส่งได้ตั้งแต่ วันนี้ถึง 5 ตุลาคม49 ผู้ที่ส่งเรื่องราวโดนใจทางทีมงาน จะได้รับ Gift Voucher จากยีนส์ LEE มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 3 รางวัล โดยจะประกาศผลใน YOU ARE HERE ฉบับปักษ์หลัง เดือนตุลาคม 49

ไม่น่าเชื่อว่าเว็ปง่อยๆ อย่าง YOU ARE HERE จะได้รับมาตรฐาน New Web Pick Qualification สุดยอดเว็ปรวบรวมงานกราฟฟิก (เขาส่ง logo มาให้ใส่หน้าเว็ปด้วย แต่ยังไม่มีเวลาใส่) ในเว็ปของเขาให้คำนิยามเว็ปของเราเอาไว้ว่า "Minimal is Boring" สั้นๆ แต่โดนใจเราอย่างแรง ยังไงขอเชิญทุกท่านเข้าไปร่วมคลิ๊กเพิ่มยอดคนเข้าเว็ปของเราด้วยนะคร๊าบ...

http://www.newwebpick.com/_webpick/webpick.php?categories=cool

Download Here

Download Here

Download YOU ARE HERE Issue 61

ผมคิดมานานแล้วว่าอยากเอา YOU ARE HERE เล่มเก่าๆ มาแจก แต่ก็คิดไม่ออกสักทีว่าที่ไหนจะเหมาะและเป็นไปได้ แต่แล้วค่ำคืนหนึ่งสิ้นเดือนส.ค. ขณะที่กำลังนอนเมาได้ที่ คำตอบของคำถามที่มีมานานก็เดินทางมาถึง ไม่รอช้ารุ่งเช้าผมโทรศัพท์ไปเล่าสิ่งที่ผมคิดคร่าวๆ ให้ที่ ArtGorillaz ArtGallery ฟัง

เป็นอย่างที่คาดหวัง เขาพอจะมีวันว่างให้เรา แต่ได้แค่ 2 วันเท่านั้น และจนกว่าจะถึงวันนั้นเรามีเวลาคิดและเตรียมการอีกเพียง 2 อาทิตย์

"พอไหว" ผมบอกตัวเอง แน่นอนตอนนั้นภาพในหัวของผมยังเป็นอะไรที่แสนจะเรียบง่าย ตามสไตล์เงินน้อย แต่ใจเยอะของเรา แต่ให้ตายเหอะ ผมดันประมาทลืมคิดไปว่า "นายเจมส์" เพื่อนซี้ที่ผมวานให้มาออกแบบงานนี้ มันเป็นสถาปนิกที่เคยถูกคณะบดีหาว่าเป็นบ้าตอนส่ง Thesis เรื่อง "พิพิธภัณฑ์ความหายนะของมนุษยชาติ"

และนี่คือสิ่งที่มันคิด

"ก่อนที่ชิ้นงานจะมาจบที่หนังสือ ขั้นตอนความคิดทุกอย่างจะถูกถ่ายทอดลงกรอบกระดาษ ซึ่งถ้าให้เห็นภาพชัดที่สุดก็คือกระดาษปรู๊ฟ แต่ด้วยเนื้อหาที่อยู่ข้างในนั้นเกี่ยวกับวัยรุ่นหัวก้าวหน้าที่ไม่ต้องการอยู่ในกรอบ ต้องการแหก แหวกออกมาข้างนอก รูปทรงของกระดาษจึงถูกบิดเบือนเหมือนสิ่งที่อยู่ข้างในต้องการทะลุทะลวงออกมา ซึ่งยังสะท้อนถึงมิติที่หลากหลายของพวกเขา อีกทั้งยังท้าทายให้ผู้ชมงานเปิดมุมมองที่หลากหลายในการเข้าถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน และสุดท้ายสิ่งที่อยู่ในกระดาษทั้งหมดก็พวยพุ่งมุ่งจากโดยรอบงานเข้ามาสู่บทสรุป ณ ใจกลางของงาน ซึ่งเป็นสถานที่แสดงนิตยสารทุกเล่มของเรา" - นี่ไอเดียคร่าวๆ ที่มันอธิบาย แล้วผมมาบอกตามความเข้าใจของผมเอง ไม่รู้ว่าใจว่าเข้าใจตรงกันทั้งหมดหรือเปล่า แต่ที่รู้คือมันบอกมากกว่านี้
============================================

"อย่าไปกลัว" เป็นปรัชญาการดำเนินชีวิตที่ผมใช้มานาน ("กอล์ฟ" เพื่อนรักของผมเป็นคนถ่ายทอดสิ่งนี้ให้ เขาบอกว่าเขาเรียนรู้มันจาก "Mr.Bean") มันทำให้ผมมองความลำบากเป็นเรื่องสนุกเสมอ

เวลาที่เหลือเราหมดไปกับการคิดเตรียมหาอุปกรณ์ และประชาสัมพันธ์งาน ซึ่งอย่างหลังเราทำได้ไม่มาก ถึงจะมีเพื่อนทำงานในวงการสื่ออยู่บ้าง แต่เวลาแค่นี้ พวกเขาช่วยได้ไม่ทัน

แล้วเวลาที่สนุกสนานที่สุดก็มาถึง เรามีเวลาตั้งแต่วันพฤ. บ่าย 2 จนถึงเวลาเปิดงานคือวันศุกร์ตอน 5 โมงเย็น นี่คือภาพวันแรก (ตอนต้นๆ เลยไม่มีภาพ เพราะ "นายโจ" ช่างภาพคู่บุญของเรามาถึงตอนเย็นๆ)

วันแรกเราทำงานจนถึงตี 2 พวกเราพบปัญหามากมาย ปัญหาก้อนใหญ่ที่สุดก็คือ เราไม่สามารถควบคุมรูปทรงด้วยตาข่ายลวดได้ดังหวัง อีกทั้งมันใช้เวลาและพลังมากกว่าที่เรามหาศาล ผมถ่ายรูปงานกลับมานั่งจิบเบียร์ช้างปรึกษากับนายเจมส์ว่าพรุ่งนี้เราต้องแก้ปัญหาตรงไหนและอย่างไร กว่าจะได้นอนก็เกือบตี 4
============================================

วันรุ่งขึ้นสมัครพรรคพวกสลบกันเป็นแถบกว่าจะมาช่วยงานก็เกือบเย็น ผมกับนายเจมส์เครียดกันสุดชีวิต ถึงจะมีเพื่อนที่รู้ทันเข้ามาสมทบทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ทุกขั้นตอนที่เราเตรียมไว้พบกับปัญหาที่คาดไม่ถึงมากมาย แถมเวลาก็ผ่านไปเร็วจนน่าตบกะโหลก ไม่ทันไรก็มาถึงเวลา 5 โมงเย็น มีคนเริ่มเดินมาดู มาถาม เราก็ได้แต่หน้าด้านบอกกลับไปว่า "งานยังไม่เสร็จเลยครับ ไปเดินเล่นสัก 40 นาทีก่อนแล้วค่อยกลับมาดีไหมครับ" หรือถ้าคนไหนคุ้นหน้าจำกันได้ ผมก็จะชี้หน้าบอกว่า "มึงว่างใช่ไหม มาช่วยกูเลย"

เวลาเดินไปจนถึง 6 โมงครึ่ง พวกเราหมดแรง นั่งดูงานตัวเอง

แล้วผมก็เดินไปเชิญคนที่ยืนรอเข้ามาในงาน ทั้งที่ยังไม่เสร็จนั่นแหล่ะ

โฉมหน้าของ 2 จอมยุทธกราฟฟิกเบื้องหลังความงดงามของนิตยสาร YOU ARE HERE (ซ้าย) "นายออฟ" - www.myspace.com/assajeree, (ขวา) "นายแจ๊ค" - www.arr3e.net

เกือบสามทุ่มคนเริ่มซา นิตยสาร Positioning ที่มารอมาตั้งแต่เย็น จึงได้โอกาสสัมภาษณ์และถ่ายรูป

สี่ทุ่มเราเริ่มทำงานที่ค้างกันต่อ ยังมีงานรอเราอยู่ เหนื่อยกันสุดๆ แต่ก็มันมืออยู่ต่อถึงตี 1 (จนได้)


============================================

วันสุดท้ายแสงสีพร้อม ดนตรีพร้อม ภาพ Motion ที่น้องๆ จาก 3 หนุ่มกลุ่ม Brownie Design (www.browniedesign.net, www.myspace.com/browniedesign) ทำมาก็พร้อม โคตรเหลือเชื่อเลยว่ะ

นายเจมส์เริ่มระรานชาวบ้านเปลี่ยนทิศยิงโปรเจ็คเตอร์ออกข้างนอก ไม่พอยังปีนบันไดขึ้นไปถอดหลอดไฟนีออนตรงทางเดินออกเฉยเลย

ก่อนเลิกงานนายเจมส์ทำการแผ่เมตตาแด่ผองเพื่อน

เก็บกวาดทำลายล้าง (เสื้อดำล่าง) "นายคิง" แห่ง ArtGorillas ผู้ติดบ่วงกรรมต้องมาช่วยเรายันดึกดื่นทุกวัน, (เสื้อเทาล่าง) "นายโจ" ช่างภาพผู้เก็บภาพบรรยากาศส่วนใหญ่

ห้องสะอาดเรียบ "ทรงศีล ทิวสมบูญ" ศิลปินคู่บุญที่มาช่วยวาดภาพโปสเตอร์งานครั้งนี้ ไว้อาลัยส่งท้าย ก่อนแยกย้ายกันไปตามยถากรรม

============================================

ป.ล. ขอโทษผู้ที่มาวันแรกทุกคนด้วยที่ไม่สามารถจัดงานให้สมบูรณ์ได้ทัน พวกเราประมาทเกินไป ไม่เคยมีใครทำงาน Event มาก่อนเลยสักกะนิดเป็นมือใหม่หัดขับแต่ดันเสือกอยากดริฟ ไม่ตายก็บุญถมไป