Artifact





http://www.willpearson.co.uk/panoramic_photography/yungfuktoi/
ถ่ายสวยไม่พอวิธีการนำเสนอยังล้ำสุดๆ เหมือนเราเข้าไปยืนอยู่ในรูปเลยทีเดียว ลอง Click ที่ Full Screen ดู ตอนแรกจะเจอห้องเปล่าๆ อย่างง รอโหลดแป้บนึงแล้วจะพบความสุดยอด

ปกติ Will Pearson เขาไม่ค่อยถ่ายแนวเลวๆ แบบนี้หรอกนะ เขามีงานถ่ายภาพวิว ธรรมชาติสวยๆ อีกเพียบ ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.willpearson.co.uk

p.s. เทคนิคการนำเสนอแบบ 360 องศาที่ใช้ Quicktime แบบนี้ เคยเห็น Cornelius ให้ทีนึงเมื่อนานมาแล้ว แจ๋วดี มีใครรู้วิธีทำบ้าง ถ้าช่วยบอกให้ทานกบในกะลาจะถือเป็นพระคุณอย่างสูง

ทำไมงานคุณถึงดูสะอาดแวววาวจังล่ะ
ผมว่าหลายๆ งานของผมก็ไม่เป็นแบบนั้นซะหน่อย หลายๆ งานก็ออกจะยุ่งเหยิงและผมก็ชอบอย่างงั้นซะด้วย ทำงานในคอมพิวเตอร์ให้ดูสะอาดๆ มันง่ายจะตายไป ถ้าผมใช้ภาพถ่ายในงาน ผมจะใช้เวลามากหน่อยนั่งรีทัชซะก่อน แต่งนู่นเติมนี่ให้เรียบร้อยสมบูรณ์ แต่ตอนนี้ผมชักจะอยากเปลี่ยนแนวทางแล้วล่ะ อยากทำให้มันดูดิบๆ เถื่อนๆ มั่ง คนอื่นจะชอบหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องนึงนะ แต่ตอนนี้ผมสนุกกับงานแนวนี้มากกว่า Shinybinary คงต้องเปลี่ยนเป็น Shittybinary ซักหน่อยแล้ว

คุณเป็นนักออกแบบเว็บไซต์หรือเป็นนักวาดภาพประกอบกันแน่
ผมเป็นเว็บดีไซเนอร์นะ นั่นคืองานประจำผมในตอนนี้ ผมค่อนข้างชอบเรื่องการออกแบบเว็บไซด์และมาตรฐานเว็บต่างๆ ผมจะรำคาญเวลาเว็บไหนใช้ตาราง HTML หรือใช้ลูกเล่น Flash มากเกินไปอะไรแบบนั้น ยังไงก็ตาม ที่ผมชอบจริงๆ จังๆ ตอนนี้ก็คืองานศิลปะดิจิตอลและภาพประกอบ ผมใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ฝึกฝนเรื่องนี้แหละ และสองงานนี้ก็มีสิ่งคาบเกี่ยวกันอยู่นะ การทำกราฟิกในเว็บต้องใช้ทักษะในการทำศิลปะเหมือนกัน แต่โดยรวมๆ แล้วก็มีเส้นแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน งานออกแบบคือเรื่องของการใช้สอย การทำให้เข้าใจได้ง่าย และมาตรฐาน ขณะที่งานศิลปะส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผลจากการรับรู้ทางสายตาแทบทั้งนั้น แต่ผมก็ทำงานทั้งสองอย่างและชอบมันทั้งคู่นะ

แล้วนอกจากงานภาพประกอบกับการออกแบบแล้ว คุณสนใจอะไรอีกมั่ง
ผมชอบดนตรี ซึ่งศิลปินทุกคนก็คงตอบอย่างนี้เหมือนกัน แต่มันเป็นความจริงนี่นา ผมพยายามไปดูคอนเสิร์ตให้มากที่สุดเท่าที่จะไปได้ ไม่ว่าจะเป็นวงดังๆ ตามเทศกาลหรือเวทีใหญ่ๆ หรือวงบ้านๆ ที่เล่นอยู่หลังผับสับปะรังเค เวลาอยู่หน้าจอคอมฯผมก็เปิดเพลงฟังอยู่ตลอด การทำงานโดยไม่ฟังเพลงมันน่าเบื่อนะฮะ ผมต้องซื้อไอพอดนาโนอันใหม่ซะแล้ว เรื่องนี้ผมออกจะติดเรื่องดีไซน์อยู่บ้าง พวกมันดูดีจนผมทนซื้อเครื่องเล่น Mp3 รุ่นอื่นไม่ได้หรอก แต่ใครวะดันให้เครื่องแปดกิ๊กมีแต่สีดำ ผมอยากได้สีเขียวต่างหากเฟ้ย! นอกจากเรื่องดนตรี ผมก็ชอบหนังสือ หนัง เหล้า และล้อเลียนคนที่มีทรงผมทุเรศๆ เป็นงานอดิเรก แล้วก็ชอบซื้อรองเท้า หัวเราะใส่หน้าไอ้พวกนก ฯลฯ

ใครคือศิลปินหรือนักวาดภาพประกอบคนโปรดของคุณที่ยังมีชีวิตอยู่ตอนนี้
ผมจำชื่อศิลปินไม่ค่อยได้หรอกนะ จำไม่ค่อยได้ด้วยว่าใครวาดรูปไหนอะไรแบบนี้ แต่ก็มีงานที่ผมชอบเยอะแยะนะ ผมชอบงานของ Jeff Soto ผมว่าเขามีเทคนิคและรสนิยมที่เป็นส่วนผสมสมบูรณ์แบบเลยล่ะ และผมก็ชื่นชมเขามากๆ ด้วย นอกจากนี้แล้ว (ขออภัยด้วยที่ผมจำชื่อคนไม่ค่อยได้อ่ะนะ) ผมชอบงานของ Vault49, Zenvironments.com, Tragiklabs.com, Damnengine และอื่นๆ อีกมากมายที่ผมจำชื่ออะไรไม่ได้เลย

ถ้าผมบอกว่างานคุณทำให้ผมนึกถึงงานของ H. R. Giger ในเวอร์ชั่นดิจิตอล คุณจะว่ายังไงฮะ
ผมก็คงปลื้มสุดๆ และแทบไม่อยากจะเชื่ออ่ะดิ ที่จริง Giger เป็นศิลปินคนโปรดอีกคนของผมนะ ผมชื่นชมทัศนวิสัยอันเป็นหนึ่งในตองอูของเขาจริงๆ แทบยังมีทักษะด้านการใช้แอร์บรัชจนน่าเกรงขาม หลายๆ คนพยายามใช้เทคนิคดิจิตอลเลียนแบบ แต่ผมยังไม่เคยเห็นใครทำได้เทียบเท่าเลย

เอเลี่ยน หรือ เทอร์มิเนเตอร์
เอเลี่ยนแน่นอน ถึงผมไม่ได้ชอบ Giger ผมก็ยังชอบเอเลี่ยนอยู่ดี พวกมันเจ๋งกว่าเยอะ ผมว่าการที่พวกมันไม่ใช่มนุษย์แถมยังไร้เหตุผลทำให้พวกมันน่ากลัว ถึงคุณจะคิดหาวิธีมาสื่อสารกับมันเพื่ออธิบายสถานการณ์ได้ว่าการฆ่ามนุษย์ไม่มีประโยชน์อะไรและเราสามารถอยู่ร่วมวงไพบูลย์กันได้ พวกมันก็คงอยากจะฉีกหนังหน้าคุณอยู่ดี แต่ผมไม่ค่อยเข้าใจระบบการสืบพันธุ์ของมันเท่าไหร่หรอกนะ มันซับซ้อนเป็นบ้าเลย มันต้องมีราชินีเอเลี่ยนมาวางไข่ เพื่อผลิตตัวหน้าเหียกที่ไปออกไข่ในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ต่อไป เพื่อให้ฟักออกมาเป็นเอเลี่ยนที่วิ่งไล่ล่าฆ่าคนและไม่เห็นจะมีส่วนช่วยสืบพันธุ์ต่อตรงไหนเลย แล้วไอ้ราชินีเอเลี่ยนนี่มาจากไหนกัน? อาจจะออกมาจากเอเลี่ยนธรรมดาอีกทีก็ได้ ถ้าเป็นอย่างงั้น พวกมันก็มีประโยชน์ขึ้นมาหน่อย แต่คงไม่ใช่อย่างนั้นมั้ง

โค้ก หรือ เป๊ปซี่ ฮะ
โค้กแบบอัดน้ำตาลเต็มสตรีม ไม่งั้นไม่เอาดีกว่า

Interview from http://thelittlechimpsociety.com/theape/lcs-interview-nik-ainley/
Translated by Sunday-Syndrome
More Info @ http://www.shinybinary.com/

www.pixelpastry.com
เว็ปรวม Portfolio ของปิง Illustrator สาวอายุ 19 ชาวสิงคโปร์ที่ นิตยสาร Computer Art จัดอันดับให้เป็น 1 ใน 20 Illustrator ที่กำลังมาแรงปีนี้ งานละเอียดบ้าพลังมาก กราฟฟิกคนไหนไม่แน่จริงอย่าเข้าไปดู ไม่งั้นอาจท้อเลิกออกแบบไปเลยก็ได้

This is a portfolio website of Ping, a female illustrator from Singapore, who is ranked as 1 of 20 most potential illustrators this year by Computer Art magazine. Her works are madly detail-orientated. If you are not good enough, dont visit her web as it might totally dispirit you!

ป.ล. ภาพบนสุดสาวน้อยอนงค์ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลง "Good Weather For Airstrikes" ของSigur Ros วงดนตรี Iceland สุดหลอนแอนด์ล่องลอย (ปกติฟังจะหลอน แต่ถ้าเมาแล้วฟังจะลอย) วงโปรดของเราด้วยล่ะ ช่างเป็นผู้หญิงที่รสนิยมดีอะไรเช่นนี้

Buff Monster ปีศาจลามกจอมทะเล้นตัวนี้จะทำให้คุณหลอมละลายเป็นไอศกรีมเหลว แต่อย่าหวังจะจับมันซะให้ยากเลย เพราะปีศาจตัวนี้แปลงร่างได้ไวยังกับปรอท เดี๋ยวก็ไปอยู่บนกระป๋องบุบๆ เดี๋ยวก็ไปเต๊ะท่าอยู่ในแกลลอรี่ บางทีก็แปลงร่างเป็นตุ๊กตาไวนิล ไปปรากฏตัวบนหน้าจอมือถือ แถมยังแอบไปถ่ายแฟชั่นกับปารีส ฮิลตันมาแล้ว

คุณเริ่มมาเกี่ยวข้องกับงานศิลปะประเภทนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ผมเริ่มทำกราฟฟิตี้ในฮาวายตั้งแต่ปี'95 ย้ายมาแอลเอในปี97 แล้วก็เลิกทำหลังจากนั้นไม่นาน ผมเริ่มมองจุดมุ่งหมายและจำนวนผู้ชมกราฟฟิตี้สมัยใหม่ ดูเหมือนมันมีข้อจำกัดมากๆ ผมเลยคิดว่าถ้าเปลี่ยน medium ผมอาจขยายกลุ่มของผู้ชมได้ ซึ่งนับว่าผมคิดถูก แต่โปสเตอร์ที่ผมทำตอนนั้นยังไม่ฮิตเท่าไหร่ ก็เลยเปลี่ยนอีกจนเริ่มขยายวงกว้าง

ทำไมต้องสีชมพู
สีชมพูคือพลัง!!! ผมชอบชมพูสดๆ ทุกเฉดเลย สิ่งดีๆ หลายสีก็เป็นสีชมพู

ใครหรืออะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ Buff Monster
ภาพโป๊ ไอศกรีม เฮฟวี่เมทัล และกราฟฟิตี้ คุณไม่มีทางรู้สึกพอกับเจ้าก้อนสีชมพูหรอก เอาอีก เอาอีก

ช่วยเล่าถึงความเป็นไปของแวดวงสติกเกอร์ในแอลเอ และวงการสติกเกอร์ในอเมริกาหน่อย
วงการสติกเกอร์ในแอลเอ (ถ้ามันมีอยู่จริงน่ะนะ) ไม่ได้น่าสนใจสำหรับผมเลย นักทำสตรีทอาร์ตชาวยุโรปน่ะชอบสติกเกอร์ แต่ผมไม่เห็นพวกเขากระตือรือร้นกันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ทำออกมาเล็กๆ และง่ายเกินไป ผมขอทำอันใหญ่เท่าควายดีกว่า

คุณเคยถูกจับเพราะผลงานของคุณหรือเปล่า
แน่นอน เป็นประสบการณ์ที่สอนให้จดจำ ตอนนี้ผมแค่เพ้นท์เมฆสีชมพูและติดสติกเกอร์น่ารักๆ เท่านั้นเอง ผมว่ามันทำให้แอลเอดูน่าสนใจกว่าเดิมเยอะเลย

เรื่องไล่จับกับตำรวจที่บ้าระห่ำที่สุดของคุณคือ
เรื่องบางอย่างเราก็ไม่ค่อยอยากจะเล่าเท่าไหร่ ขอเล่าแบบรวบรัดละกัน คืนแรกในนิวยอร์ก ตำรวจนอกเครื่องแบบคนนึงเจอะเราเข้าตอนกำลังจะแปะโปสเตอร์ เขาปล่อยเราไป เราก็เลยเดินมาเรื่อยๆ และแปะโปสเตอร์นั่นเข้าจนได้ ปรากฏว่าไอ้ตำรวจคนนั้นมาดักดูเราอยู่ ก็เลยจับเราไปที่สถานี แล้วเราก็เข้าคุกตอนตีสี่ ติดอยู่ในนั้นสิบหกชั่วโมงจนถึงวันศุกร์ถึงได้ไปขึ้นศาล ผมกับเพื่อนลงขันกันจนมีเงินพอจ่ายค่าปรับ เหลือเงินติดกระเป๋าอยู่แค่สี่เหรียญสำหรับซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินกลับบ้าน นรกแท้ๆ

ช่วยบอกเทคนิคและเคล็ดลับของ Buff Monster หน่อยได้มั้ย
ไปร้านค้าถูกๆ ซื้อซูเปอร์กลูทั้งหมดที่พวกเขามีขายแล้วบีบใส่ถังให้หมด หยิบแปรงมาสักอัน แค่นี้ก็พร้อมแล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้!

มีที่ไหนอีกนอกจากแอลเอ ที่ Buff Monster ไปปรากฏตัว
มันไปที่อื่นด้วย แต่แอลเอคือทำเลโปรดของมันจริงๆ แหละ ผมชอบแอลเอ แต่ถ้าคุณอยากรู้ เจ้านี่ไปไกลถึงเมืองไทยและออสเตรเลียมาแล้ว

คอมเมนท์ที่แปลกที่สุดที่คุณเคยได้รับมาคือ
ไม่ค่อยมีคนวิพากษ์วิจารณ์ผมมากนักไม่ว่าจะทำอะไร แต่เคยมีคนนึกว่าตัวคาแรกเตอร์ของผมคือเครื่องปิ้งขนมปัง ผมว่ามันประหลาดมาก

คุณเคยลองสวมเสื้อผ้าผู้หญิงบ้างมั้ย
ไม่เคยเลย ทำไมผมต้องทำอย่างนั้นด้วย ผู้หญิงสิต้องทำ หรือไม่พวกเธอก็ควรถอดมันทิ้งไว้ตรงปลายเตียงผม

บอกชื่อศิลปินที่มีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วที่คุณอยากจะร่วมงานด้วยถ้าเป็นไปได้
คนแรกก็ต้องเป็น Takashi Murakami เขายังไม่ตาย เลยยังพอเป็นไปได้หน่อย แต่ผมว่าถ้าได้ทำงานกับ Warhol คงยอดไปเลย โดยส่วนตัว ผมไม่รู้ว่าเราจะเข้ากันได้ไหม แต่เท่าที่ผมรู้จักไอคอนแห่งวัฒนธรรมท่านนี้ คงมันระเบิดเถิดเทิงไปเลย

From: http://www.buffmonster.com/interview.html,
http://www.feedmecoolshit.com/interviews-archive/buff-monster/,
http://www.sourharvest.com/3/

More info: http://www.buffmonster.com

Text by Sunday-Syndrome

ทุกคนคงจะเคยเห็นเจ้าหมีจอมซาดิสม์กระหายเลือดตัวนี้มาแล้ว แต่น้อยคนคงรู้ว่ามันมีชื่อว่า Gloomy Bear หมีที่เกิดจากจินตนาการของหนุ่มยุ่นจากเมืองโอซาก้า ซึ่งดูเผินๆ ช่างเป็นสีชมพู โซคิ้วท์แอนด์คาวาอิ๊-คาวาอี้ ราวกับผุดมาจากมิติเดียวกับเหมียวคิตตี้ก็ไม่ปาน ถ้าไม่เผลอพามันกลับบ้านจนโดนซ้อมสะบักสะบอม ใครจะไปรู้ฟระว่ามันผุดมาจากนรก!!

ทำไมคุณถึงสร้าง Gloomy น้องหมีสีชมพูผู้ก้าวร้าวออกมาได้
โดยทั่วไปคนเรากลัวหมีตัวโตๆ แต่ตุ๊กตาหมีกลับเป็นสิ่งน่ารักน่ากอด เจ้าคาแรกเตอร์ตัวนี้เกิดมาจากความขัดแย้งนี่ มันเป็นหมีเหมือนกัน แต่รวมข้อแตกต่างสุดขั้วสองด้านเข้าไว้ด้วยกัน แต่แน่ล่ะ ผมใส่ไอเดียใหม่ๆ เข้าไปด้วย ถ้าจะให้ดี คุณควรซื้ออาร์ตบุ๊คผมมาเปิดดูหน้า 1, 70 และ 71 เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม (๕๕๕) ตอนแรกมันยังไม่มีสีเพราะเป็นแค่ภาพร่าง ตอนผมคิดใส่สีให้มันเป็นครั้งแรก มันเป็นสีฟ้าอ่อน และเหลืองกับชมพูนิดหน่อย แต่พอทำไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าควรเลือกสีหลักสีใดสีหนึ่งไปเลย ก็เลยเลือกสีที่น่ารักสุดๆ คือสีชมพู ซึ่งเป็นสีที่ดูมีความรุนแรงน้อยสุด คุณว่ามั้ย (๕๕๕) แถมยังเป็นสีที่ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตจริงๆ ที่สุดด้วย เหลืองกับฟ้ามันไม่เวิร์คน่ะถ้าคิดในแง่นี้

มีศิลปินคนไหนที่คุณชื่นชอบเป็นพิเศษ หรือได้รับแรงบันดาลใจบ้างไหม
ผมไม่มีศิลปินต้นแบบคนไหนเป็นพิเศษ อันที่จริงถ้าเป็นอย่างนั้น ผมคงคิดไอเดียสดๆ ใหม่ๆ ออกมาไม่ได้ แต่เร็วๆ นี้เอง ผมเพิ่งไปติดใจ HAPPY TREE FRIENDS เข้าอย่างไม่คิดฝัน ความสุดโต่งของมันน่าขำทีเดียว ผมซื้อ DVD เลยแหละ

คุณพยายามสื่ออะไรออกมาในงาน
มันขึ้นอยู่กับงาน ผมพูดไม่ได้หรอกว่าผมพยายามจะสื่อความคิดอะไรออกมาเป็นพิเศษ แต่โดยทั่วไปก็เล่นกับความขัดแย้งที่ปรากฏให้เห็นในชีวิตประจำวัน มันคงจะดีถ้าผู้คนเข้าใจความหมายในงานผมออกไปต่างๆ กันในแต่ละบุคคล ผมเลยไม่อยากตั้งใจสื่อสาร ข้อความ ใดข้อความหนึ่งโดยเฉพาะ สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมก็คือของเล่นน่าเบื่อๆ ที่ถูกวางสลดๆ ไว้ในร้าน จะว่าไป พวกมันเป็นครูของผมเลยก็ว่าได้

คุณได้ขยายอาณาเขตไปในดินแดนของเล่น รวมทั้งทำอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ ฯลฯ มีแผนการอะไรสำหรับอนาคตอีกมั่ง
ผมแค่สงสัยว่าจะมีวิธีไหนให้ได้วาดสิ่งที่อยากวาดไปจนตลอดชีวิตหรือเปล่า (๕๕๕)

คุณว่าทำไม Gloomy Bear ถึงฮ็อตฮิตติดจรวด
ผมก็อยากถามคนซื้อด้วยคำถามนี้อยู่เหมือนกันฮะ คงมีคนที่คิดอะไรคล้ายๆ ผมมั้ง ผมรักน้อง Gloomy เพราะงั้นคงมีคนที่เหมือนผมอยู่ในโลกภายนอกนั่นอยู่มั่งแหละ

คุณช่วยอธิบายกระบวนการคร่าวๆ ในการออกแบบของเล่นได้ไหม คุณสเก็ตช์ออกมาก่อนแล้วพัฒนาคาแรกเตอร์ต่อทีหลัง หรือว่ากลับกัน
ปกติแล้ว การสเก็ตช์คือขั้นตอนแรกของการสร้างคาแรกเตอร์ แต่บางทีเราก็เริ่มจากการปั้นดินน้ำมัน เราว่าการปั้นมันให้ออกมาเป็นรูปสามมิติทำให้มันเป็นเรื่องง่ายและยังทำให้เราเข้าใจบุคลิกของคาแรกเตอร์นั้นๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งนี่เป็นวิธีที่เราใช้สื่อสารกับคาแรกเตอร์ของเรา

ข้อดีของงานออกแบบของเล่น และข้อเสียล่ะ
มีแต่ข้อดีน่ะสิ! สิ่งที่มีตัวตนแค่เฉพาะในหัวของผมผ่านกระบวนการต่างๆ กลายเป็นโปรดักท์ วิเศษที่สุด และยังมีคนชอบมันพอจะเดินดูซื้อกลับบ้านไปดูเล่น และแต่งบ้านด้วยของพวกนี้... ผมรู้สึกยังกับทุกคนทำสิ่งนี้เพื่อผมน่ะ ผมรู้สึกดีมากเลย ไม่มีอะไรเป็นแง่ลบหรอก แต่ถ้าต้องหาข้อเสียอะไรสักอย่าง ก็คงเป็นตอนของที่ทำออกมาดันไม่เหมือนกับที่คิดไว้ ทำให้ผมเจ็บใจเวลาสิ่งที่ต่างจากที่คิดถูกเอาไปวางเรียงบนชั้นขายของ ซึ่งมันไม่ใช่ความผิดของพวกของเล่นหรอก นั่นยิ่งทำให้เจ็บเข้าไปใหญ่

คุณสะสมของเล่นไหม สะสมอะไร
ผมเคยสะสมหนังสือการ์ตูนอเมริกัน แต่ตอนนี้ผมถูกของๆ ตัวเองรายล้อมจนไม่มีที่เหลือให้เก็บอย่างอื่น

ของเล่นโปรดของคุณตอนเด็กๆ และตอนนี้คืออะไร
ตอนเด็กๆ ผมชอบหุ่นกันดั้ม เคยไปต่อแถวที่ร้านตอนรุ่นใหม่ออก ผมก็ยังชอบมันอยู่นะ ถึงจะไม่มีในครอบครองก็เหอะ รุ่นใหม่สมัยนี้สุดเจ๋งเลยเทียบกับเมื่อก่อน นอกจากนี้ ตอนเด็กๆ ผมยังชอบรถบังคับวิทยุด้วย แต่ตอนนี้ผมมีรถของจริงแล้วล่ะ

ถ้าคุณมีอำนาจวิเศษอย่างซูเปอร์ฮีโร่ คุณจะทำอะไรบ้าง
ผมจะชุบชีวิตให้แม่ เพื่อให้แม่มานั่งฟังผมโม้เรื่องความสำเร็จต่างๆ นานาของผม แต่นั่นคงเป็นไปไม่ได้หรอก ถึงจะอาศัยพลังวิเศษก็ตาม (๕๕๕)

From: http://www.playtimes-magazine.com/vol01issue08.htm
More Info @ http://www.chax.net

Translated by Sunday-Syndrome

Art washes away from the soul the dust of everyday life
ศิลปะช่วยชำระล้างผงฝุ่นโสโครกในชีวิตประจำวันออกไปจากจิตวิญญาณเรา คือคำพูดของปิกัสโซ ศิลปินรุ่นเดอะลูกบ้าดีเดือด และประโยคเก๋ๆ คมบาดจิตที่ว่ายังเป็นคติพจน์ของคุณคริสโตเฟอร์ ลี อาร์ทติสหน้าตี๋ที่เกิดและโตในเมืองซาคราเมนโต้ (ที่พำนักปัจจุบันของนายวี เด็กฝึกงานรุ่นแรกแห่งสำนักยูอาร์เฮีย...)

งานออกแบบของคริส ลีสามารถให้คำจำกัดความว่ายังไงบ้าง
ร้านขายขนมสายไหมสีสวยละลานตา และสะอาด

ศิลปินท่านใดหรือวัฒนธรรมป๊อปประเภทไหนมีอิทธิพลต่อสไตล์การออกแบบของคุณบ้าง
ผมว่าสไตล์ผมมาจากการผสมผสานระหว่างพื้นฐานด้านการออกแบบและการทำภาพประกอบ ผมชอบงานฟ้อนท์ ทฤษฎีสี และเสพติดพื้นที่ว่างสีขาวๆ (ช่าย ผมเป็นเนิร์ดด้านงานดีไซน์) งานออกแบบกราฟิกมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผมเข้าใจในหลักการสร้างภาพประกอบ สำหรับงานกราฟิก ผมได้อิทธิพลส่วนใหญ่มาจากวัฒนธรรมการดีไซน์ร่วมสมัย (เช่น พวกงานทดลอง รองเท้าผ้าใบ เฟอร์นิเจอร์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ นิตยสารเก๋ๆ ฯลฯ) ผมมักพบว่านิตยสารนี่แหละคือแหล่งทรัพยากรที่นำไปสู่เทรนด์การออกแบบใหม่ๆ ผมชอบดูการจัดหน้านิตยสารก่อนจะอ่านเนื้อหาซะอีก สำหรับงานภาพประกอบ ศิลปินคนไหนที่จัดวางองค์ประกอบได้เก่งล้วนมีอิทธิพลต่อผมทั้งสิ้น งานของพวกเขาสะดุดตาผมยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในโลก

คุณเห็นความแตกต่างระหว่างการออกแบบคาแรกเตอร์และการออกแบบกราฟิกบ้างหรือเปล่า วิธีการทำงานสองสาขานี้แตกต่างกันไหม หรือมีความคล้ายคลึงกันในกระบวนการก่อร่างสร้างไอเดีย
พวกมันมีพื้นฐานอย่างเดียวกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมจะเริ่มงานออกแบบใดๆ ผมจะถามตัวเองว่าเป้าหมายของงานนี้คืออะไรและใครคือกลุ่มเป้าหมาย เพราะทุกสิ่งที่ผมทำล้วนมีความข้องเกี่ยวกัน (เช่น ใช้หลักการดีไซน์ในงานภาพประกอบ หรือใส่ความเป็นภาพประกอบลงไปในงานออกแบบกราฟิก) ความคาบเกี่ยวกันเช่นนี้ทำให้ผมสามารถสร้างองค์ประกอบร่วมซึ่งมุ่งถามคำถามเดียวกันในผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ นั่นคือ ผมสื่อสารออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

เว็บไซด์ของคุณชื่อ www.thebeastisback.com อะไรคือเจ้า "beast" และทำไมมันถึง "back" กลับมา? เจ้าสัตว์ร้ายนั่นหมายถึงคุณ หรือพวกเราทุกคนล้วนมีสัตว์ป่าแฝงอยู่ในตัว
ผมให้ "beast" แทนความปรารถนาที่จะสัมผัสหรือแตะต้องสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งได้มาจากความคิดประเภท การเล่นกับหมีที่ถูกฝึกมาแล้วเป็นเรื่องปลอดภัย ใช่มั้ย ดวงตาแข็งๆ ไร้ซึ่งความรู้สึก รูปร่างกลมมนหลอกให้คุณเชื่อว่ามันเป็นสัตว์น่ารักขนปุกปุยซะสนิทใจ ประโยค "The Beast Is Back" เป็นการป่าวประกาศส่วนตัวของผมเพื่อบอกคนที่สนใจงานผมและไม่มีเว็บไซด์ให้ดูว่าข้ามาแล้วเฟ้ย ผมแค่อยากสร้างสัญลักษณ์และประโยคเด็ดติดหูเพื่อใช้เป็นเครื่องมือการตลาดได้ด้วยตัวของมันเอง ผมยังมีแผนจะเล่นกับแบรนด์ "The Beast Is Back" ในอนาคตอีกเยอะ :)

แล้วพวกเราทุกคนมีสัตว์ร้ายที่ว่าอยู่ในตัวมั่งป่าว
แน่นอน! นี่อธิบายถึงเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้นเวลาเราแสดงความกระหายอยากสิ่งต่างๆ ในชีวิต กรงเล็บผุด เขี้ยวโผล่ หางงอกกันเลยทีเดียว

อะไรคือเรื่องท้าทายที่สุดในการเป็นนักออกแบบของเล่น
เรื่องท้าทายสุดๆ ที่ผมพบก็คือการต้องเห็นคาแรกเตอร์ของผมออกมาเป็นภาพสามมิติ ก่อนหน้านี้คาแรกเตอร์ของผมเป็นเพียงรูปกราฟิก และเรียบง่ายจนดูเกือบเหมือนโลโก้ แล้วจู่ๆ ผมก็ต้องสร้างรูปจำลองสามมิติ มีเรื่องใหม่ๆ ที่ผมต้องพิจารณาอย่างเช่นความทนทาน ความสัมพันธ์ของขนาด และความสมดุล สิ่งที่ผมไม่เคยต้องคิดถึงมาก่อนน่ะ เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดเรื่องท้าทายนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ด้านกระบวนการสร้างหุ่น แต่ยังช่วยให้ผมออกแบบคาแรกเตอร์ที่มีลูกเล่นมากขึ้นด้วย

เอาล่ะ มาถึงคำถามประจำรายการ ซึ่งเป็นอะไรที่ลึกซึ้งเข้าถึงจิตวิญญาณมากๆ ถ้าคุณเป็นมนุษย์กึ่งเครื่องจักร คุณอยากได้เครื่องมืออะไรเป็นพิเศษ
ขอแขนกลที่สามารถปั้นซูชิม้วนได้สุดเพอร์เฟ็ก!

ถ้าอยู่บนแพนโทน มิสเตอร์คริสโตเฟอร์ ลีจะเป็นสีอะไรครับ
สี PMS 871 C ฮะ เพราะสีทองทำให้ทุกอย่างดูดีขึ้นจริงๆ

รับชาหรือกาแฟดีครับ
ขอชาฮะ

รับขนมจีบซาลาเปา เอ้ย... เค้กหรือสโคนเพิ่มมั้ยครับ
เค้ก!

และที่สำคัญที่สุด Adidas / Nike หรือไม่เอาเลย?????
Puma เฟร้ยยย!

-------------------------------------------------------------

From
www.vinylabuse.com/interviews/june2006.php
www.vinylpulse.com/2005/07/_1_t.html

More Info
www.THEBEASTISBACK.com

Translated by Sunday-Syndrome

เข้าไปดูผลงานชนะเลิศการประกวดออกแบบของ Adobe ได้ที่ adobe.com อาจจะไม่สุยอดอะไรมากมาย เพราะเป็นงานระดับนักเรียน นักศึกษา แต่อนาคตคนเหล่านี้น่าจับตามอง

Kosy สาวญี่ปุ่น กับ Dan หนุ่มอเมริกัน เป็นคู่สามีภรรยาที่ทำงานศิลปะด้วยกัน ด้วยความแตกต่างของทั้งคู่จึงกลายเป็นงานที่ผสมผสานระหว่างสองวัฒนธรรม อารมณ์ดิบๆ แบบผู้ชายมาพร้อมสัมผัสอันอ่อนโยนของผู้หญิง อารมณ์ขัน ความขี้เล่น และความรักดูจะเป็นตัวเชื่อมสิ่งต่างๆ ระหว่างคนคู่นี้

คุณเริ่มทำงานร่วมกันได้ยังไง How did you guys team up to form this duo for Kozyndan art productions?
Dan:
ตอนนั้นโคซี่วาดภาพอพาร์ตเมนต์ของเรา พอวาดเสร็จ ผมถูกใจมากก็เลยอยากลงสี ก็เลยสแกนแล้วใส่สีในโฟโต้ช็อป เธอช่วยผมลงสีจนเสร็จ เราชอบผลลัพธ์นั่นเราก็เลยทำมาเรื่อยๆ เรื่องมันเริ่มจากตรงนั้นแหละ She was just drawing a picture of our apartment on this piece of paper she had and when she was done I liked how it looked and decided to color it. I scanned it on the computer and started painting it on Photoshop. She helped me finish it up and we liked how it turned out so we decided to keep doing them. It just kind of blossomed from there.

คุณเคยบอกว่าคุณชอบเรื่องที่ไร้แก่นสาร ความไร้แก่นสารมีอะไรน่าดึงดูดตรงไหน ทำไมคุณถึงคิดว่าคุณสื่ออะไรๆ ออกมาได้ดีกว่าผ่านภาพที่ดูเหลวไหล แทนที่จะเป็นภาพที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจได้ In a past interview, you said that you had an affinity to absurdity. What is it about absurdity that makes you drawn to it? Why do you think you can better express your art through absurd images, rather than comprehensible images to the public?
Kozy: ฉันว่าเพราะพวกเราเป็นพวกไร้สาระน่ะ I think we are kind of absurd people.
Dan: ผมว่าโลกนี้มันไร้แก่นสารออก ทุกอย่างนั่นแหละ ผมไม่คิดว่าผมเข้าใจอะไรได้เลย ผมว่าโลกเรามันขาดๆ เกินๆ ไปซะหมด ไม่ก็เราเองนั่นแหละที่ไม่ลงล็อคกับมัน วิถีชีวิตเรา ทั้งระบบนั่นล่ะ กล้องพวกนี้ การมานั่งตอบคำถามพวกนี้ ทั้งหมดช่างห่างไกลจากเมื่อเราวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ แค่อยู่ร่วมกันในโลกตามธรรมชาติของมัน มีแต่เรานี่แหละที่ต่อต้านอยู่กับทุกอย่างรอบตัว พยายามจำกัดควบคุม และมันก็เหลวไหลสิ้นดี พวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนั้นและดูดซับทุกอย่างจนมันเหมือนเป็นเรื่องปกติที่เราวาดภาพแปลกๆ พวกนั้นออกมา I think the world is kind of absurd. I think everything is absurd.I dont think any of this is comprehensible. I think the whole world is completely out of tune or we are out of tune with the world. The way we live, that whole system, these cameras, sitting here interviewing and answering questions is all so far removed from how we evolved as species.You know, like how all those cars are driving by, its just of out of whack with the rest of the world.All of the other creatures just kind of live naturally in the world but we are all just fighting against whats around us, just trying to contain and control it and its all absurd.Were a part of that and were totally sucked into that so it just seems natural for us to make these images that are sort of strange.

คุณใช้ทั้งเทคนิคดิจิตอลสมัยใหม่ และวิธีดั้งเดิมอย่างระบายสีอะครีลิก ทำไมถึงเลือกทั้งสองทางแทนที่จะโฟกัสด้านใดด้านหนึ่ง You produce artwork digitally, but you also use traditional acrylic and paint to create your work. So you use a modern form as well a traditional form. Why did you choose to do this instead of focusing on one form?
Dan: ไม่รู้สิ เราแค่ใช้เทคนิคที่เหมาะกับภาพนั้นๆ บางภาพถ้าระบายสีอาจใช้เวลานานเกินไป เราใช้เทคนิคที่เหมาะกับมันที่สุด ถ้าภาพนั้นซับซ้อนมากๆ เราก็อาจใช้คอมพิวเตอร์ แต่ภาพที่ใช้มือวาดก็จะถูกตัดทอนให้เรียบง่ายเพื่อจะได้ทำได้ง่ายขึ้น เทคนิคอะไรก็ได้ที่เหมาะที่สุด เราชอบทุกมีเดียมนั่นแหละ เราจะใช้เทคนิคซิลค์สกรีน หรือระบายสี หรือน้ำหมึก หรืออะไรก็ตามตราบใดที่มันเข้ากับภาพ I don't know.We use whatever seems right for the image. Some of the images just take too long trying to paint them.We use whatever is most efficient for the image. If we had something super complex, wed probably use the computer.But, a lot of our traditional paintings are more iconic and simplified just because it's easier for us, basically.It's whatever is most efficient. We like all mediums. We'll do silk screen if it's right for the image or paint or ink or whatever is right for the image.

คุณสองคนแบ่งงานกันยังไง ทำด้วยกันทุกขั้นตอน หรือคนนึงวาด คนนึงระบาย How do you two split the work? Is it completely joint or is it that one person sketches and another colors?
Dan:
ประมาณนั้นน่ะครับ เธอมักเป็นคนวาดภาพร่างขั้นสุดท้าย ปกติผมจะวาดคาแรกเตอร์หรืออะไรสักอย่าง แล้วเธอก็จะร่างภาพหรือแต่งเติมแล้ววาดขึ้นใหม่ในสไตล์ตัวเอง บางชิ้นผมก็เป็นคนวาด แต่ส่วนใหญ่เธอวาด เธอวาดเสร็จแล้วเราก็จะลงสีด้วยกัน I guess so.Her drawings are more the final drawings.Usually I draw something or a character and she sketches or traces over it and re-draws it to her style. Some pieces are mine, but I'd say more are from her.She draws and then we do the colorings together.

ได้ข่าวมาว่าคุณได้รับคำวิจารณ์ว่าเป็นพวกทรยศต่อชาติ ผู้ชายคนนึงหัวเสียมากเพราะคิดว่าคุณทั้งคู่ละทิ้งรากเหง้าตัวเอง พวกคุณคิดยังไงกับความเห็นนั้น ทำไมคุณถึงโดนว่าแรงๆ อย่างนั้นเพราะงานซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมที่ต่างไปเหรอ I know you received this bogus comment about being traitors to your respective countries. A gentleman was really upset thinking you guys had abandoned your roots whether to America or Japan. How did you guys respond to such criticisms?Why do you think you were getting such a backlash for being engaged in a culture that was different from your own?
Dan: คำวิจารณ์นั่นเป็นเพราะสิ่งที่ผมพูดตอนถูกถามเรื่องจอร์จ บุช และการทำงานของเขา เพราะงั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับงานศิลปะของเราเลย ที่จริงแล้วคนที่เขียนมาหาเราชอบงานเรามากทีเดียว เขาแค่คิดว่าเราเป็นพวกไม่รักชาติเพราะเราไม่ทำตามที่บุชบอกเท่านั้นเอง จะให้ทำไงได้ล่ะ ถ้าคุณเป็นศิลปิน ผมไม่คิดว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องแสดงจุดยืนทางการเมืองหรอก แต่ถ้าคุณสามารถพูดให้กลุ่มคนจำนวนมากๆ ฟัง คุณก็น่าจะพูดอะไรสักอย่างถ้ามันกัดกินใจคุณเหลือเกิน อย่างที่บุชกำลังกัดกินพวกเราอยู่ตอนนี้ หมอนั่นแค่ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับประเทศเราอยู่เท่านั้น ไม่เป็นไรหรอก บางทีก็มีคนอย่างนี้อยู่บ้าง คุณทำอะไรมากไม่ได้หรอก That comment was based mostly from some comment I made when I was asked about George Bush and the kind of job that he was doing, so it didn't have anything to do with my art. The person that wrote to us actually likes our art a lot.He just thought that we were really traitors and not patriots just because we don't follow what Bush says.What can you do?If youre an artist, I don't think you necessarily have an obligation to expound your political views but if you have a voice for the wider audience to hear, you might as well say something at some point if it's really eating at you the way George Bush is eating at us, destroying our country.It was somebody who really doesn't know what's going on in our country now so it's alright. You get those kind of people sometimes. There's not much you can do about it.

Translated by Sunday-Syndrome

From: http://www.isop.ucla.edu/article.asp?parentid=6641
More info: http://www.kozyndan.com/

ผลงานของ TODD SCHORR ได้รับอิทธิพลมาจากหนังทีวีและนักวาดภาพประกอบแนวแฟนตาซียุคเก่าๆ รวมทั้ง ดาลี ศิลปินแนวเซอร์เรียลลิสต์ชื่อก้อง งานของเขาสะท้อนโลกในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยอาหารแดกด่วน ภาพลักษณ์สำเร็จรูป และความตื้นเขินก๊องแก๊งของผู้คนที่เปรียบเสมือนของเล่นแฮปปี้มีล

งานคุณมีความก้าวร้าวเคลือบแฝงอยู่มาก คุณติดใจอะไรในความก้าวร้าวหรือ Theres a lot of aggression in your work. What is it about aggression that appeals to you?
ผมสนใจความรุนแรงในระดับนึง มันเป็นสัญชาตญาณมนุษย์น่ะ ก็เหมือนนั่งดูการแข่งกีฬานั่นแหละ ผมเองก็เป็นคนก้าวร้าวใช้ได้ โตๆ มาเนี่ยก็ต้องเคยต่อยคนอยู่บ้างแหละ รู้มั้ย ถึงจะไม่มีฉากหัวหลุดเลือดพุ่งก็เหอะ Theres an attraction to violence, to a degree. Its an instinctual thing to human beings, same as watching a sporting event or something. Im fairly aggressive. Growing up, I had my share of fights, you know? I dont do decapitated heads and blood flowing but theres an aggressiveness to the compositions.

งานศิลปะส่วนใหญ่มักสะท้อนขั้วตรงข้ามในจิตใจของผู้สร้าง คุณคิดไงกับทฤษฎีนี้ Most peoples art is usually the exact opposite of the way they are internally. How do you feel about that theory?
งานผมมีเรื่องความรุนแรงและก้าวร้าว แต่ก็มีอารมณ์ขันเหมือนกันนะ ถ้าคุณรู้จักผมอีกหน่อย จะเห็นเอง With my work there is an element of aggression and violence, but its also tempered with humor. If you hung around with me, youd pick that up.

ผมไม่ยักเห็นอารมณ์ขันในงานคุณนะ เห็นแต่การเสียดสี I dont see humor in your work, I see sarcasm.
จะพูดอย่างนั้นก็ได้ งานบางชิ้นของผมก็สิ้นคิดสุดๆ แต่ก็มีบางงานที่เป็นไปในเชิงเสียดสี You could say that. Theres certain pieces Ive done that are just out-and-out goofy and then theres stuff that is more sarcastic.

ส่วนใหญ่คุณจะเย้ยหยันวัฒนธรรมอเมริกัน จงใจหรือเปล่า A lot of it is a sinister take on American culture. Is that intentional?
ทัศนคติโดยทั่วไปของผมต่อสังคมคือการรับมือกับมันด้วยอารมณ์ขัน แต่ผมก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นภายใต้พื้นผิวนั่น หลายๆ อย่างในสังคมไม่ได้เป็นเช่นที่เราเห็นๆ กันหรอก มีเรื่องเลวร้ายมากมายเกิดขึ้น ผมชอบเรื่องราวในยุคก่อน ตอนช่วงเปลี่ยนศตวรรษจนถึงยุค 40 ตอนการปฏิวัติอุตสาหกรรม และเริ่มมีโรงงานผลิตของทีละมากๆ ก่อนหน้านั้นทุกสิ่งทุกอย่างปราณีตและมีคุณภาพ In general my attitude towards society is taking it with a sense of humor but Im aware of what goes on beneath the surface. So much in society is not what it seems. There a lot of sinister things going on. Certain things from our past just appeal to me. I really like things from the turn of century up through 1940. Theres just something about that period, when the Industrial Revolution kicked in and mass produced items came along there was a quality and craftsmanship with everything.

คุณดูจะสนใจในความสุขมากกว่าความลำบาก Youre more interested in joy than discomfort.
แน่นอนอยู่แล้ว แต่ผมช่างถากถางในเรื่องต่างๆ น่ะ เค้าว่ากันว่าไงนะ ภายใต้หน้ากากของพวกปากหมาส่วนใหญ่ก็คือไอ้ขี้แยคนนึง ผมจะเป็นคนแรกเลยที่ต่อมน้ำตาแตกเพราะหนังปัญญาอ่อนพวกหมาน้อยเพื่อนรัก เรื่องนึงในสังคมที่ผมรำคาญใจมากคือการที่คนเราไม่ให้เกียรติกันเอาซะเลย มีแต่พวกคิดว่า ถอยไปเฟ้ย ข้าน่ะอันดับหนึ่ง มีไอ้พวกเสร่อๆ ที่ตัดหน้าคุณโดยไม่รู้สึกผิด เราถึงได้มีคนใหญ่คนโตที่หยิบเงินคนอื่นยัดกระเป๋าตัวเองไง มันคือความโลภ Definitely, but Im a real cynic about things. Whats the old cliché? Beneath the surface of most cynics is sentimental slob. Id be the first to get choked up over some stupid pet movie. One thing that annoys me about society is how people have no respect for one another. Its all this in-your-face attitude. Out of my way, Im number one. The kind of bozos shoving themselves in front of you with no guilt this carries over into everything. Thats why youve go big corporate leaders stuffing their pockets with everybodys money. Its just greed. With hardly and major wars going on, where does this aggression come from?

คุณดูไม่ค่อยเปิดเผยในงานภาพเขียนของคุณเท่าไหร่ You dont seem to reveal yourself much in your paintings.
ก็มีเล็กๆ น้อยๆ แต่ผมไม่อยากหนักมือกับมัน ผมไม่ชอบงานศิลปะแบบนั้น มันมีเส้นแบ่งระหว่างการเทศนาและภาพน่าสนใจที่บอกอะไรบางอย่าง เรื่องที่ผมพยายามหลีกเลี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ คือการวาดแบบเล่าเรื่องราว ผมยังรู้สึกว่าภาพเขียนผมควรมีจุดเริ่ม ตอนกลาง และตอนจบ แต่ผมพยายามปรับกระบวนการคิดและภาพที่เลือกมาใช้มากขึ้นเพื่อจะได้สร้างสิ่งที่ดูเร้นลับ ผมเคยลองวาดอะไรเรื่อยเปื่อยบ้างแต่ก็พบว่ามันไม่สนุก ผมยังชอบการวาดภาพที่มีน้ำหนักและความหมาย Theres bits and pieces of things in there but Im never heavy-handed about it. I dont like artwork like that. Theres a fine line between preachiness and something visually interesting thats saying something. One thing Ive been trying to do more and more is get away from the story-telling. I feel my paintings have to have a beginning, middle and end but Im trying to work on being more random in my thought process and choice of imagery so that I can create a mystery for myself. Ive tried doing things that are really loose and theres no satisfaction in that for me, either. I still appreciate paintings with the rendering and the volume.

มีเรื่องของยาเสพติดในงานของคุณบ้างหรือเปล่า ดูมันจะมีอะไรหลอนๆ อยู่นะ Is there any drug culture references in your work? There seems to be a psychedelic awareness
ช่าย ผมโตมาจากยุค 60 นี่นะ ผมได้รับอิทธิพลจากดนตรีมากมายเลยล่ะ ตอนเด็กๆ เนี่ยชอบตีกลองยิ่งกว่าวาดรูปอีก ผมเริ่มตีกลองตั้งแต่ตอน ป.3 เล่นให้ตั้งหลายวง มันเป็นเครื่องมือเรียกร้องความสนใจที่ยอดไปเลย ดีกว่านั่งวาดรูปอยู่ในห้องคนเดียวตั้งเยอะ (555) ถึงทุกวันนี้ ถ้าผมเห็นแคตาล็อกกลองเก่าๆ จากยุค 30 หรือ 40 นี่เป็นต้องรีบคว้าทันที ผมคลั่งดนตรี Yeah, growing up in the Sixties Ive had a real big musical influence. Growing up, more important than painting was playing the drums. I started playing the drums when I was in the third grade. I was in tons of bands and that was a great attention-getting device. It was much better than painting by yourself in a room. [laughs] Even today, if I see an old drum catalog from the Thirties or Forties I pick it up. I love music.

ผมถามคุณเรื่องยาเสพติดน่ะฮะ I wanted to ask about drug culture.
เอ่อ XXXX(คำตอบนี้ถูกเซ็นเซอร์โดยสำนักงานคุ้มครองศีลธรรมเยาวชน) The answer for this Q is censored by Thai Youth Moral Protection Office.

Interview From: www.happyhomelandstore.com
Translation by Sunday-Syndrome
More Info:
http://www.toddschorr.com/

หมดยุคแล้วกับการไล่ล่าความดัง งานศิลปะที่ทำขึ้นเพียงเพื่อถีบตัวเองให้ดังไม่มีวันจะทำให้คุณมีชื่อได้หรอก ชื่อเสียงคือผลพลอยได้จากการทำสิ่งซึ่งมีคุณค่าความหมาย คุณไม่ไปสั่งอาหารกินที่ร้านเพราะคุณอยากจะอึหรอกจริงมั้ย The time of getting fame for your name on its own is over. Artwork that is only about wanting to be famous will never make you famous. Any fame is a by-product of making something that means something. You don't go to a restaurant and order a meal because you want to have a shit. - Banksy

คุณเริ่มต้นยังไง และทำไมเลือกใช้สเตนซิล How did you start doing graffiti. And why stencils?
หลังผมตกวิชาศิลปะ ผมก็เขียนภาพลงกำแพงและทำกราฟฟิตี้แถวเมืองบริสทอล แต่ก็มาได้บทสรุปว่ามันเป็นอะไรที่เรื่องมากสุดๆ และเอาเข้าจริง ผมก็พ่นฟรีแฮนด์ได้ช้ามากๆ จนกระทั่งถูกจับ ผมเลยหันมาตัดสเตนซิลแทน ผมเลือกเทคนิคนี้เพราะคำนึงถึงความคล่องตัวและไม่อยากถูกจับแค่นั้นเอง After I failed 'O' level art, I used to do a lot of murals and graffiti in and around Bristol. But I came to the conclusion it was a very stylised thing. A mural was a mural. A tag was a tag. More practically, I was really slow when I worked freehand. One night I ended up getting caught by the police in a rail yard. I was still finishing off a piece when the cars showed up. So I started cutting stencils. I chose stencils through a mixture of practicality and not wanting to get arrested.

คุณหวังว่าผู้คนจะได้อะไรจากงานศิลปะของคุณ What do you hope people take from your street work?
เขาทำแล้วยังรอดตัวได้ บางทีฉันก็น่าจะทำได้ He got away with it, maybe I can.

ดูเหมือนคุณจะชอบเรื่องเสียดสีตลกๆ นะ อารมณ์ขันกับการเมืองไปด้วยกันได้ด้วยเหรอ You seem to delight in the unusual and ironic - does humour belong in politics?
กระทาชายนายหนึ่งเดินเข้าไปในห้องพร้อมเป็ดในอ้อมแขน นี่คือหมูที่ผมXXXด้วย ภรรยาเขาเงยหน้ามองแล้วพูดว่า นั่นไม่ใช่หมูเสียหน่อย เป็ดต่างหาก ชายคนนั้นตอบว่า ผมไม่ได้พูดกับคุณเสียหน่อย มันก็เหมือนการเมืองน่ะ คุณต้องหัวเราะไม่งั้นก็ร้องไห้ ถ้าคุณมองการเมืองกับชีวิตผู้คนในแวดวงนี้ให้ดีๆ มันเป็นเรื่องขำขันชัดๆ คุณต้องหัวเราะอยู่แล้ว A bloke walks into his front room with a duck under his arm and says, 'This is the pig Im f***ing.' His wife looks up and and says, 'Thats not a pig, its a duck.' The man replies, 'I wasn't talking to you.' Listen, with politics, you have to laugh or you cry. When you see politics for what it is, and the lives of the people involved in it, really its a joke. You have to laugh.

นายทหาร ตำรวจ และแม้แต่ป้ายต่างๆ มักปรากฏบนผลงานคุณเสมอ คุณต้องการบอกอะไรหรือ The military, the police and even signage often appear in your work. What are you saying about authority?
เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาพวกนี้บางคนก็ไม่ได้มีอำนาจจริงๆ หรอก มันสนุกที่ได้เล่นกับป้ายต่างๆ เพราะคนส่วนใหญ่มักทำตามที่ถูกสั่ง ไม่กี่ปีก่อน เราทำสเตนซิลป้าย พื้นที่อนุญาตกราฟฟิตี้ แล้วทำให้มันดูเป็นทางการมากขึ้นด้วยการใส่รูปมงกุฎที่เอามาจากซองบุหรี่ ผมพ่นมันบนกำแพงขาวของศาล Marylebone Magistrates แล้วกำแพงนั้นก็เต็มพรืดไปด้วยกราฟฟิตี้ภายในสิบวัน A lot of the people in authority don't have any authority of their own. It's good to mess with signage because people generally do as they're told. A few years back, we created a stencil that read, 'Licensed graffiti area.' We made it look more official by adding the crown logo lifted from a packet of Benson and Hedges cigarettes. I put that up on a large white wall on the side of the Marylebone Magistrates Court. Within ten days, the wall was completely filled up with graffiti.

ด้วยชีวิตที่ดำเนินอยู่ ณ ที่นี้เวลานี้ เรามีโอกาสตอบโต้กับโลกทุนนิยมจริงๆ น่ะหรือ Living where we live and in the time we do, do we really have a chance to fight back against capitalism?
คุณเริ่มธุรกิจเล็กๆ ด้วยความมุ่งหมายจะเอาชนะโลกทุนนิยม จากนั้นก็เงินได้นิดหน่อย ลงท้ายด้วยการเกลียดตัวเอง คุณว่า Michael Moore เขาอ้วนยังงั้นได้ไงล่ะ ธุรกิจการถอนรากธุรกิจน่ะทำเงินได้ดีเลย You start a small business selling anti-capitalist goals, make a small fortune and then end up hating yourself. How do you think Michael Moore got so fat? The business of deconstructing business is good.

คุณว่าศิลปะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ไหม Do you think that art can make a difference?
ราคาหุ้น EMI มิวสิกรูดลงเพียงเพราะ Coldplay ออกอัลบั้มช้า คุณเห็นว่ายังไงล่ะ บางครั้งศิลปินก็มีอำนาจเกินกว่าที่เราจะใส่ใจจำ Last month the share price of EMI music fell because Coldplay were late delivering their album, what does that tell you? Sometimes the artist has more power than we care to remember.

คุณจะบอกอะไรกับคนที่มีเรื่องอยากพูด แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใด กลับพบว่ามันยากจะก้าวออกมา What would you say to anyone who has something to say but - for whatever reasons is finding it difficult to take that first step and get involved?
ผมไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ทำไปแล้ว เคยแต่เสียใจในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ออกมาจากบ้านซะ ตอนนี้เลย! ไปนอนเสียใจในห้องขังก็ยังดีกว่านอนบนเตียงตัวเองนะ I've never regretted doing anything but I have regretted not doing something. Leave the house - now! Its better to have your regrets on a blue plastic mattress in a police cell than in your bedsit.

More Info @ www.banksy.co.uk
Text By Sunday Syndrome