Artifact

แรกเห็นคุณอาจรู้สึกว่างานของ Josh Keyes ช่างดูน่าเบื่อราวกับภาพประกอบหนังสือ สปช. สมัยประถม บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ชูคอสลอนในทุ่งหญ้าเขียว ที่ซึ่งถนนและป้ายจราจรวางเกะกะ บนเกาะที่ลอยเคว้งคว้างโดดเดี่ยว ชั้นผืนดินจมอยู่ใต้แผ่นน้ำ อ้าว เฮ้ย นี่มันภาพจำลองวันล่มสลายของอารยธรรมชัดๆ เลยนี่หว่า

พี่ช่วยเล่าถึงขั้นตอนการสร้างงานแต่ละชิ้นหน่อยดิ๊
ก็เหมือนศิลปินส่วนใหญ่ ผมเริ่มจากการทำรีเสิร์ช ดูภาพจากหนังไซไฟเก่าๆ แล้วก็พวกตำราจากยุค 1940-70's ผมรู้สึกเหมือนกำลังสร้างโลกใหม่ สร้างคาแรกเตอร์ วางเหตุการณ์ต่างๆ ผมมักติดใจสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นตามถนนอย่าง ป้าย กราฟฟิตี้ สัตว์และผู้คน ผมชอบร่างไอเดียให้เสร็จสมบูรณ์ในสมุดก่อนเริ่มลงมือ การจัดวางองค์ประกอบเป็นงานส่วนที่เร้าใจที่สุดแล้ว มันท้าทายมาก ผมว่าองค์ประกอบในภาพของ Cezanne, Jaques Luis David, Caravaggio และ Piero Della Francesca ให้แรงบันดาลใจมากๆ

พี่บอกว่าอยากให้งานของพี่ ตั้งคำถามเกี่ยวกับการขยายตัวของเมืองและผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ไอ้ความรู้สึกเพื่อสังคมแบบนี้บังเกิดขึ้นในหัวคุณพี่ได้ยังไง แล้วคุณพี่เชื่อจริงๆ เหรอว่าคนดูจะรู้สึกแบบนั้น
ผมรู้สึกมาตั้งแต่เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกแล้วว่าความศิวิไลซ์ช่างมีพลังและคุกคามสิ่งแวดล้อมของเราอย่างน่าประหลาด และสุดท้ายก็ทำลายล้างตัวเอง ถ้าพูดถึงเรื่องทรัพยากร ผมว่ามนุษย์เราคงหาแหล่งทรัพยากรอื่นและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาทดแทนและสร้างโลกอันศิวิไลซ์ต่อไปได้ พืชหรือสัตว์บางสปีชีย์อาจต้องสูญพันธุ์ไป และภูมิศาสตร์ของโลกก็อาจเปลี่ยนแปลงเนื่องมาจากระดับน้ำทะเลที่ขึ้นสูง ระยะหลังๆ งานผมชักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของความรุนแรงและสงครามมากขึ้นทุกที เหตุผลหลักก็มาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผมรู้สึกว่าไอ้เรื่องนี้และการแปรเปลี่ยนของดินฟ้าอากาศเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของโลกและอนาคตเรา คอมเมนต์เกือบทั้งหมดที่ผมได้รับก็เกี่ยวกับเรื่องนี้นะฮะ ผมรู้สึกจริงๆ ว่าสารในงานของผมช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงเรื่องสำคัญเหล่านี้มากขึ้น

ทำไมพี่วาดรูปสัตว์เยอะจัง ชอบตัวอะไรที่สุด
ผมชอบวาดรูปสัตว์ป่าพื้นเมืองของทวีปอเมริกาเหนือ ผมรู้สึกว่าภาพสัตว์ยังคงให้ความรู้สึกเร้นลับและสามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่ต่างไปจากภาพคน ผมชอบวิธีที่ศิลปินใช้สัญลักษณ์ทางนามธรรม มันเหมือนการเปลี่ยนมุมมองจากกรอบของความเป็นมนุษย์ และในการทำเช่นนั้นก็ทำให้เราเข้าใจในความเป็นมนุษย์โดยไม่ต้องเห็นภาพมนุษย์ พวกสัตว์ในภาพผมต่างมีความหมายและคาแรกเตอร์ของมัน อาจจะหมายถึงผู้คนหรือเหตุการณ์ต่างๆ ผมสนใจความตื่นตกใจง่ายของกระต่าย เมื่อก่อนผมวาดหมาป่าและไฮยีน่าบ่อย คุณอาจมองว่ามันอันตรายเหมือนภาพลักษณ์ในเทพนิยายดิสนีย์ หรือมองว่ามันเป็นสัตว์ที่ถูกกระทำและคุกคามจากการขยายตัวของเมืองและอิทธิพลมนุษย์ก็ได้

แล้วไอ้พวกก้อน เกาะ แก่ง ลอยๆ บนพื้นขาวในงานพี่นี่สื่อถึงอะไร
ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นเกาะ ถึงภาพจะออกมาแบบนั้นก็เหอะ มันถ่ายทอดออกมาผ่านสายตาของมนุษย์ ซึ่งก็เหมือนผู้ชายส่วนใหญ่ซึ่งมองเห็นแต่สิ่งที่ตัวเองอยากจะเห็น มันถ่ายทอดผ่านมุมมองทางวิทยาศาสตร์ แยกย่อยออกมาจากก้อนใหญ่ เหมือนห้องทดลองซึ่งสัตว์ ระบบนิเวศน์ มนุษย์ ถูกลดทอนเป็นสิ่งของ มันเหมือนสนามจำลองและโรงละคร ถึงแม้บางทีผมจะนึกอยากวาดอะไรใส่ลงไปให้มันเต็มๆ ที่ว่าง ผมก็พบว่าหลักการ minimal ช่วยให้โฟกัสกับการเล่าเรื่องได้ดี และผมยังใช้แผ่น landscape พวกนี้สื่อถึงเหตุการณ์ที่ยากจะอธิบาย มันก็เหมือนการกระซิบบอกข้อมูลอะไรบางอย่าง และผมก็นึกอยากสร้างงานประติมากรรมด้วย ผมปลื้มโมเดลจำลองในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสุดๆ งาน installation เจ๋งมาก

หน้าอย่างพี่นี่ทำงานตอนหัววันหรือหัวค่ำฮะ
ผมเป็นพวกทำงานตอนกลางคืนนะ เหมือนพี่ Philip Guston น่ะ ความเงียบงัน ดวงจันทร์ และโมงยามแห่งความฝัน ผมเคยลองทำงานตอนเช้าเหมือนกัน แต่สรรพเสียงบนโลกใบนี้มันรบกวนสมาธิเหลือเกิน ผมจะตื่นตัวและมีอารมณ์ทำงานหลังอาทิตย์ตกเท่านั้น

นิตยสารและขนมสุดโปรดของพี่คือ
Juxtapoz - Art Forum - New American Paintings - Modern Painters
ส่วนขนมเนี่ย ผมไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่แต่ไอ้ของพวกนั้นมันก็อร่อยจริงๆ แหละ ผมชอบพวกรสถั่วๆ เข้ากับคาแรกเตอร์ผมเป็นที่ยิ่ง เร็วๆ นี้ผมเพิ่งค้นพบขนม Garlic Golden Crackle ที่ร้าน Trader Joe's กินซะติดเลยล่ะ แถมมันจะอร่อยมากยิ่งขึ้นถ้าคุณพูดคำว่า "Golden Crackle" ด้วยสำเนียงชาวใต้

แล้วคุณพี่หนีชีวิตชาวกรุงยังไง อย่างหนาวเนี้ยคุณน้องกะจะไปเล่นสโนว์บอร์ดที่ Tahoe ที่นั่นสวยมากเลยนะหน้าหนาวอ่ะ
ผมชอบไปเดินที่ Marin's parks ไปสวนสัตว์ ตีกอล์ฟในสนามจิ๋ว ไม่เคยเล่นสโนว์บอร์ดนะถึงจะดูน่าสนุกก็เหอะ บางทีผมน่าจะลองวาดแผ่น landscape ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะมั่ง

ถามจริงๆ นะ เจ้า Zeus ตัวโตแค่ไหน
Zeus หรือที่ผมกะลิซ่าเรียกว่า Zoodle เป็นแมวยักษ์ ผมว่ามันคงหนักราว 20 ปอนด์อัพ เราน่าจะดูรู้แต่แรกว่ามันจะตัวโตแค่ไหนตั้งแต่เห็นอุ้งตีนโตๆ ของเจ้าลูกแมวนั่นตอนเรารับมันมาจาก San Francisco Humane Society มันเป็นแมวที่ยอดมาก ให้คำวิจารณ์ดีๆ กับงานผมเป็นครั้งคราว

From: www.fecalface.com/SF/index.php?option=com_content&task=view&id=385
www.ourartsite.com/interview/keyes.php
Official Site: www.joshkeyes.net/

Text by Sunday-Syndrome

คราวนี้ขอพูดถึง Miss Van ผู้มีสไตล์คล้าย Fafi ผู้โด่งดังกับภาพสาวน้อยสุดเซ็กซี่สไตล์กราฟฟิตี้ รู้หรือเปล่าว่าสองสาวนี้มาจากเมือง Toulouse เหมือนกัน (ความจริง Miss Van เริ่มเพ้นท์ก่อน) งานนี้มีใครลอกใครรึเปล่าเราก็ไม่รู้ แต่สาวอวบๆ ของ Miss Van ก็น่าทัศนาไม่หยอก ทำความรู้จักเธอไว้มั่งก็ดี ประเดี๋ยวเธอจะน้อยใจ

คุณเริ่มเพ้นท์ตั้งแต่เมื่อไหร่
ตั้งแต่ยุค 90 ต้นๆ ตอนนั้นฉันอายุ 18

แรงบันดาลใจของคุณคือ
ศิลปะยุค "Figuration libre" ศิลปินญี่ปุ่น กราฟฟิก หนังการ์ตูน พินอัพจากยุค 50 และฉันก็ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปินอย่าง Mark Ryden และ Junko Mizuno รวมทั้งพวกการ์ตูนช่องๆ ด้วย

ทำไมคุณถึงเลือกเริ่มเพ้นท์บนกำแพง แทนที่จะเป็นบนผ้าใบ
ฉันไม่ได้เลือกหรอก มันเป็นไปโดยธรรมชาติ การเพ้นท์บนกำแพงเป็นวิธีแสดงถึงการต่อต้านโลกแห่งแบบแผนทางศิลปะ สมัยนั้นฉันเป็นพวกหัวขบถ และฉันว่ามันก็ตื่นเต้นกว่าตรงที่มันต้องห้ามนี่แหละ และยังแสดงถึงอิสรภาพ เพราะมันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ก็เลยไม่มีการเซ็นเซอร์ แถมยังท้าทายตรงที่ไม่รู้เมื่อไหร่ภาพของเราจะถูกลบหายไปด้วย

เป็นผู้หญิงในวงการกราฟฟิตี้นี่ยากมั้ย
ก็อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ง่ายกว่า ฉันต้องสู้เพื่อพิสูจน์ว่างานฉันก็ดีพอๆ กับพวกผู้ชาย

เมื่อเวลาผ่านไป ตุ๊กตาของคุณมีการเปลี่ยนแปลงบ้างมั้ย
ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ตอนแรกลายเส้นตุ๊กตาฉันจะดูเรียบง่ายและเป็นกราฟฟิกกว่านี้ ดูเป็นเด็กๆ มีรูปร่างมนๆ ง่ายๆ แล้วลายเส้นก็เริ่มคมมากขึ้น ใส่รายละเอียดเข้าไป จนดูเหมือนจริงและแสดงอารมณ์มากขึ้น และฉันก็เพ้นท์ด้วยความจริงใจกับตัวเอง ตุ๊กตาพวกนั้นจึงเติบโตขึ้นพร้อมๆ ฉัน

อะไรทำให้คุณสนใจศิลปะ
ตอนแรกเริ่ม ตุ๊กตาพวกนั้นก็คือภาพเหมือนตัวฉันเอง กราฟฟิตี้นี่เป็นอะไรที่หมกมุ่นกับตัวเองเหมือนกันนะ แต่แทนที่ฉันจะเขียนชื่อตัวเอง ฉันก็ถ่ายทอดตัวตนออกมาทางตุ๊กตา ฉันมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะตอกย้ำตัวตน บางทีอาจเป็นเพราะฉันมีน้องสาวฝาแฝดก็เลยต้องการแสดงความแตกต่าง แต่หลังๆ ฉันไม่ได้นี้ดเรื่องนั้นแล้ว งานก็เลยกลายเป็นเรื่องของการกระตุ้นและเร้าอารมณ์ ฉันชอบเพ้นท์ตุ๊กตาเซ็กซี่ๆ ตามที่ๆ ผิดกาลเทศะเสมอแหละ เพราะฉันชอบปฏิกิริยาแรงๆ

พอจะพูดได้มั้ยว่างานของคุณอีโรติก
ได้ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก เพราะงานฉันคือเรื่องของผู้หญิง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเกี่ยวข้องกับอารมณ์และความเย้ายวน แต่ภาพฉันก็ไม่เคยหยาบโลนหรอกนะ ความเร้าอารมณ์ก็คือบุคลิกส่วนนึงในตุ๊กตาพวกนั้น ฉันอยากให้มันมีตัวตนจริงๆ ฉันชอบเล่นกับความกำกวม อย่าง หญิงสาว/เด็ก, เทพ/มาร ตราบใดที่งานฉันสื่อถึงอะไรสักอย่าง ก็ประสบความสำเร็จแล้ว

ทำไมคุณไม่เคยวาดอะไรแมนๆ เลย
ฉันเคยวาดนะตอนแรกๆ น่ะ แต่มันไม่น่าสนใจ จากมุมมองทางกราฟฟิก ฟอร์มมันเรียบง่ายเกินไป ฉันก็เลยวาดพวกสัตว์ตัวเล็กๆ และของเล่นนุ่มนิ่มแทน

ตุ๊กตาคุณสื่อถึงอะไร
มันคือความเร้าอารมณ์ และบางคราวก็อีโรติกหน่อยๆ ฉันอยากให้พวกมันกระตุ้นแฟนตาซี และทำให้ผู้ชมเกิดปฏิกิริยา ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที ฉันอยากให้พวกเขาลืมโลกไปเลย

**จริงป่ะที่เค้าลือกันว่า Fafi เคยออกเดทกะแฟนเก่าคุณ กรี๊ดๆ อยากรู้ๆๆๆ
ถามต้นคืนนี้สิคะ (**อันนี้ถามเองตอบเอง กรุณาอย่าเอาเป็นสาระ)

From : www.magda-gallery.com/ang/missvantexte.htm
Official Site : www.missvan.com/

Text by Sunday-Syndrome

สาวหุ่นเก้งก้าง ตาลึกโต ของ Lori Earley ดูจะอยู่ในโลกส่วนตัว โลกที่บิดเบี้ยวและเหนือจริง สวยงามแต่ก็ชวนผวาเหมือนเวลาที่ฟ้าเริ่มมืดมิดและฝันร้ายกำลังคืบคลานเข้ามา พวกเธอจะไม่พร่ำพรรณนาถึงความรวดร้าวขมขื่นของชีวิตให้คุณฟังหรอก เพราะดวงตาคู่นั้นบอกเล่าทุกเรื่องราวแล้ว ถ้าเพียงแต่คุณจะกล้าสบตาเธอน่ะนะ

สาวๆ ในภาพคุณดูแสนเศร้าแต่ก็สวยงาม พวกเธอเศร้าด้วยเหตุผลเดียวกันหมดหรือว่าฉันคิดไปเอง คุณว่าในความเศร้ามีความงามอยู่ไหม
ฉันไม่เคยวาดภาพด้วยเจตนาจะทำให้มันเศร้าหรอก มันออกมาแบบนั้นเอง ฉันเดาว่าคงเป็นเพราะฉันผ่านอะไรๆ มาเยอะช่วงสองสามปีมานี่ และศิลปะก็คือการบำบัดของฉัน เป็นการปลดปล่อยอารมณ์ด้านลบในหัวทั้งหมดออกมาบนผืนผ้าใบ ฉันว่าคนส่วนใหญ่มองเห็นและรู้สึกเชื่อมโยงกับงานฉันได้ก็เพราะเหตุนี้แหละ ฉันว่าเป็นเพราะคนเราเห็นสิ่งที่พวกเขาเกี่ยวพันด้วยและคุ้นเคยเป็นความงาม และเราทุกคนก็ล้วนเกี่ยวพันกับความเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่เราดำรงอยู่นี่

ถ้าคุณต้องนำเสนอผลงานศิลปะเพียงหนึ่งเดียวให้เผ่าพันธุ์เอเลี่ยนเข้าถึงความเป็นมนุษย์ คุณจะเลือกชิ้นไหน
เป็นคำถามที่น่าสนใจจัง (lol) คงจะเป็นภาพ "The Wish" น่ะค่ะ มันมีความเป็นมนุษย์อยู่เต็มไปหมด

ฟีดแบคส่วนใหญ่ที่ได้รับจากผู้ชมเป็นยังไง คำวิจารณ์ที่แปลกที่สุดและแย่ที่สุดเป็นยังไง
ส่วนใหญ่จะบอกว่าภาพฉันสวยแบบหลอนๆ และประทับใจกับความเหมือนจริง บางคนสงสัยว่ามันเป็นภาพดิจิตัลหรือเปล่าด้วยซ้ำ คอมเมนต์ที่ฉันชอบที่สุดคือ อารมณ์ความรู้สึกที่คุณปลุกขึ้นมาในภาพเขียนทั้งหมดสร้างบรรยากาศให้ผู้ชมจินตนาการได้เพียงว่ากำลังอยู่ในฝันร้ายและงานเลี้ยงน้ำชายามบ่าย น่าแปลกใจที่ฉันไม่เคยได้รับคอมเมนต์แย่ๆ เลย ที่เกือบๆ จะแย่นั้นเป็นคอมเมนต์จากผู้ชายคนนึงที่อยากรู้ว่าฉันได้แรงบันดาลใจมาจาก เอเลี่ยนสีเทาตัวเล็กๆ หรือเปล่า ฉันขำกลิ้งเลย!

คุณใช้สีน้ำมันเป็นส่วนใหญ่หรือ เคยใช้มีเดียมอื่นๆ บ้างมั้ย
ตอนใช้หัดใช้สีน้ำมันเป็นครั้งแรก ฉันเกลียดมันมากเลย ฉันรู้สึกเหมือนควบคุมมันไม่ได้ แต่ตอนนี้ฉันเพ้นท์แต่สีน้ำมันเท่านั้น มันช่วยให้ได้เนื้อสีเต็มอิ่มและรายละเอียดที่จะทำให้ภาพเหมือนจริงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ สีเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับฉัน เป็นตัวกำหนดอารมณ์ภาพ ไม่มีสีชนิดไหนให้ความอิ่มเหมือนสีน้ำมันอีกแล้วล่ะ

เคยทำงานดิจิตัลบ้างไหม เทียบกับสีน้ำมันแล้วเป็นไง
ไม่ล่ะ คอมพิวเตอร์กับฉันไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ (haha!) มันทำให้ฉันหงุดหงิด แล้วฉันก็ชอบขั้นตอนการสร้างสรรค์งานด้วยมือตัวเอง มันประหลาดมากเพราะบางครั้งการวาดภาพดูเป็นเรื่องโบราณเอามากๆ เมื่อทุกอย่างสามารถทำในคอมพิวเตอร์ได้ บางคนดูภาพเขียนของฉันแล้วคิดว่าเป็นภาพดิจิตัล พวกเขาจะไม่เชื่อเมื่อรู้ว่ามันเป็นภาพวาดจริงๆ แล้วพูดว่า คุณทำไอ้นี่ด้วย มือ จริงๆ อ้ะ?!" ฟังดูตลกพิกลสำหรับฉัน

สิ่งที่ดึงดูดฉันในภาพเขียนของคุณมักจะเป็นดวงตา ดวงตาในภาพคุณช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกและลึกลับ ทำไมคุณถึงเน้นที่ดวงตาจังล่ะ
ฉันไม่แน่ใจ แต่คงเป็นเพราะคุณยายฉันน่ะ ยายมีดวงตาคู่โตที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น แถมยังดูเหมือนมีโลกทั้งใบอยู่ในตาคู่นั้น ยายมีชีวิตที่ยากลำบากและมันเหมือนคุณจะมองเห็นทุกอย่างที่เธอได้เผชิญมาผ่านดวงตานั่น ฉันชอบดวงตาคู่นั้นมาก มันเหมือนคำโบราณเชยๆ ที่ว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ช่างจริงยิ่งกว่าอะไร

อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในโลก
ความสุข ดนตรีดีๆ รักแท้ และฟ้าผ่า

ฝากคำแนะนำให้ว่าที่ศิลปินทั้งหลาย บอกหน่อยซิทำยังไงจะสื่ออารมณ์ลงมาในภาพได้
ฉันว่ากุญแจหลักในการใส่ความรู้สึกลงมาในภาพวาดคือการจริงใจกับตัวเองและทำทุกอย่างจากใจ คำแนะนำของฉันก็คือ ทักษะเป็นแค่ส่วนนึงของความสำเร็จเท่านั้น คุณต้องทุ่มเทและมีวินัยในตัวเองถึงจะยึดอาชีพนี้ได้ มันเป็นอาชีพที่มีการแข่งขันสูงและยากมาก แต่ไม่มีอะไรดีไปกว่าการหากินกับสิ่งที่คุณรักหรอก

From: www.atomicthreat.com/zine_lori.html
www.planit3d.com/source/interviews/earley_interview1.html
Official Site: www.loriearley.com

Text by Sunday-Syndrome

เกิดที่ NYC ในโรงพยาบาลซึ่งจอห์น เลนนอนเสียชีวิต John John Jesse เติบโตในครอบครัวเคร่งศาสนา เขาหนีออกจากบ้านตอนอายุ 14 กลายเป็นเด็กขอทานติดยา แต่ในที่สุดเขาก็ตั้งวง Punk Rock ของตัวเองขึ้นมา และเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตตัวเองนับแต่นั้น

การแสดงออกผ่านเสียงดนตรีกับการวาดรูปมีความแตกต่างกันตรงไหน
การเล่นดนตรีพังค์ร็อคสามารถปลดปล่อยความโกรธเกรี้ยวฉุนเฉียว คุณสามารถตะโกน กรีดเสียง ถ่มน้ำลาย กระโดดไปมาต่อหน้าฝูงชน แต่การเป็นจิตรกรคือการทำงานคนเดียว ไม่ใช่งานของวงห้าคน มันเหมือนการนั่งสมาธิเมื่อเทียบกับความโกลาหลในคอนเสิร์ต ภาพวาดของผมคือการเล่าเรื่องราวในชีวิต มันเกือบจะเหมือนไดอารี่ เล่าเรื่องราวต่างๆ ในอดีต ในขณะที่ดนตรี เราร้องก่นด่าความห่วยของตำรวจและรัฐบาล แต่ทั้งสองรูปแบบต่างก็เปล่งเสียงถึง ชัยชนะ

คุณเป็นพังค์เกอร์หัวรุนแรงตามแบบฉบับ แต่ไหงวาดเนี้ยบละเอียดแถมใช้กรอบงามอลังการซะงั้น
อ๋อ ผมราศีกันย์น่ะ เลยออกจะบ้ารายละเอียดกับลายเส้นคมๆ สะอาดๆ ล่ะมั้ง ผมเป็นคนอย่างงี้แหละ ส่วนกรอบแบบวิกตอเรียนนั่นก็ได้แรงบันดาลใจมาจากวิเวียน เวสต์วู้ด งานแรงๆ ดิบๆ ในกรอบหรูอลังการ มันสร้างสมดุลได้งดงาม

งานคุณมีสาวเซ็กซี่หลายคนเลย แต่ไม่ใช่พวกสาวผมยาวนมโตตามแบบพิมพ์นิยม คุณได้แรงบันดาลใจมาจากไหน
ผมไม่ได้กะจะให้มันเซ็กซี่หรืออะไรอย่างงั้นหรอก น่าเบื่อจะตาย ผมไม่ใช่ศิลปินพินอัพ ผมมีสารที่อยากจะสื่อและภาพเปลือยก็เป็นธรรมชาติและน่ารักดี มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับเซ็กส์หรอก แล้วนางแบบที่ผมใช้ก็มีหุ่นแบบนั้นเอง ผอมๆ น่ารักๆ

งานคุณมีภาพที่ข้องเกี่ยวกับศาสนาคาธอลิก บางอันก็ไม่ชัด บางอันก็โจมตีโจ่งแจ้ง คุณมีความแค้นอะไรกับโบสถ์ พระเจ้า หรือพวกมือถือสากปากถือศีลรึเปล่าเนี่ย
ผมเรียนโรงเรียนคาธอลิกอยู่แปดปี และถูกแม่พาไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ ผมไม่มีทางเลือกอื่นเลย ผมไม่ศรัทธาในองค์กรศาสนาใด มันมักจะมือถือสากปากถือศีลและหลายๆ คนก็ต้องตายในสงครามเพราะความบ้าศาสนา ผมเชื่อในเรื่องจิตวิญญาณ ปราชญ์คนนึงบอกว่า ศาสนามีไว้สำหรับพวกที่กลัวตกนรก แต่จิตวิญญาณนั้นสำหรับผู้ที่เคยไปเยือนนรกมาแล้ว

คุณเป็นนักบวชรึนักปรัชญาหรือเปล่าเนี่ย
ผมเป็นพังค์ร็อกเกอร์ โดยสันดาน จบข่าว

คำวิจารณ์งานแบบไหนที่ทำให้คุณโกรธสุดๆ
ตอนเค้าบอกว่า ว้าว สาวๆ พวกนี้เด็ดสะระตี่ ... ไอ้ตูดเอ๊ย

ถ้าว่ากันตามเนื้อผ้า วงพังค์วงไหนน่าจะดังได้มากกว่านี้ วงไหนดังเว่อร์ไป และคุณคิดยังไงกับวงป็อปพังค์หน้าใหม่ๆ
วงพังค์ใต้ดินแท้ๆ ทั้งหมดน่าจะดังได้มากกว่านี้ ส่วนวงป็อปพังค์ใน MTV ควรจะไปตายซะเพราะมันไม่ใช่พังค์ของแท้ ไม่มีทางซะหรอก กลายเป็นดนตรีวัยรุ่นไปแล้ว

ถ้างานของคุณมีซาวด์แทรค มันจะเป็นเพลงอะไร
Dead Boys "Aint It Fun" , "Do they Owe us A Living" โดย Crass และ "Fuck the USA" โดย the Exploited.

มีศิลปินหน้าใหม่คนไหนมั่งที่คุณชื่นชอบ หรือที่คุณยกให้เป็นรุ่นใหญ่
ผมชอบอาร์ตเวิร์คของลอเรน แฟนผม มันพังค์มากๆ พังค์ร็อคของแท้เลยล่ะ

บอกหน่อยซิว่างานศิลปะช่วยชีวิตคุณไว้ยังไง
พูดว่ามันช่วยผมไม่ได้หรอก... ผมช่วยชีวิตตัวเองไว้ก่อนจะเริ่มต้นวาดภาพจริงจัง ผมเลิกยาเด็ดขาดหลังสิบห้าปีของการติดเฮโรอีน โคเคน กับเหล้า แล้วถึงได้วาดรูป แต่การเลิกยาก็ทำให้ผมมีสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ตอนนี้

สารเสพติดของคุณ
ไอศกรีม

from: www.hoardmag.com/jj/1.htm
http://valentiger.com/interviews/jjj/jjj.html

official site: www.johnjohnjesse.net

เห็นว่าชอบ เลยแถมให้ เม้นท์กันมาเยอะๆ นะ จะได้มีกำลังใจหามาให้ดูเรื่อยๆ : )

รอบนี้เป็นงานของ Mathew Thomas รุ่นเก๋าครับคนนี้อยู่ในวงการกราฟฟิกมา 10 กว่าปีแล้ว แนะนำให้เข้าไปดูงานของเขาอีกทีที่ www.couscouskid.co.ukไฟล์จะใหญ่กว่านี้ เห็นดีเทลแล้วจะอิ่มในความงามมากขึ้นครับ

เอาของสวยๆ งามๆ มาให้ดูเพลินๆ

คนแรกเป็นเด็ก Aussie อายุ 23 ปีเอง แต่งานสุดยอด ยิ่งดูรายชื่อลูกค้าน้องเขาแล้วหมั่นไส้ จะมากไปหรือเปล่าน้องเอ๋ย Not Enough? Try www.monaux.com

------------------------------------------------------------------

คนนี้ Low-Proflie เรารู้เพียงแค่ว่าเขาเป็นหนุ่มอิตาลี่เท่านั้นเอง Not Enough? Try www.recycledarea.co.uk/gnocca/illustratio.htmland www.flickr.com/photos/indiffident/

VCD Magazine แนวเซ็กซี่มีออกมาหลายเล่มแล้วแต่ส่วนใหญ่จะออกแนวแก่ๆ เชยๆ ที่โดดเด่นหน่อยก็จะมี Memo ที่เน้นดิบๆ ถ่ายแบบรู้ใจชายหนุ่ม แล้วก็มี ing นี่แหล่ะดูโอเค ภาพสวยเท่ห์ มีการใส่เทคนิคลูกเล่นในการตัดต่อให้รู้สึกไหลลื่น ดูเพลินยิ่งเล่ม 2 (ที่ออกมาพักใหญ่แล้ว) pacakage เท่ห์ดีใช้กล่องลังถูกๆ แต่ดูดี ภาพนิ่งก็สวย เลยถ่ายเอาบางส่วนมาโชว์เล่น ใครชอบก็อุดหนุนเขาหน่อยนะ เพราะเห็น VCD Magazine หลายเล่มมาเล่ม 2 เล่มแล้วก็หายจ้อยกันไปหมดเลย

เราอยากแนะนำให้คุณรู้จักเธอมานานแล้วแหละ แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าเธอช่างลึกลับเหลือเกินและไม่เคยให้สัมภาษณ์ใครเลย ไม่ใช่ว่าชีเชิดหยิ่งหรอกนะ ความจริงก็คือเธอเป็นสาวขี้อายสุดๆ และพูดไม่เก่งเอาซะเลยจนต้องให้สัมภาษณ์ทางอีเมลเท่านั้นไงล่ะ

เล่าเรื่องตัวคุณคร่าวๆ ให้ฟังหน่อย
ฉันเกิดและโตในแอลเอตะวันตก ครอบครัวฉันย้ายมาจากญี่ปุ่น ฉันเลยโตมาท่ามกลางวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาษา รายการทีวี หรือการ์ตูน ตอนไฮสกูลฉันลงเรียนวิชาศิลปะอาทิตย์ละครั้ง พอจบไฮสกูลก็หยุดสองปีแล้วย้ายไปที่บรูคลิน นิวยอร์ก เพื่อเรียนศิลปะ

คุณชอบเพ้นท์บนอะไรที่สุด ไม้ กระดาษ หรือว่าผ้าใบ
ไม้แน่นอนอยู่แล้ว! กระดาษหรือผ้าใบเปล่าๆ ทำให้ฉันรู้สึกยังไงไม่รู้ มันขาวเกินไป สะอาดเกินไป สว่างเกินไป... ฉันชอบผิวไม้ซะด้วย ลายเนื้อไม้ตามธรรมชาติทำให้ฉันรู้สึกสบายใจและกระตือรือร้น ฉันชอบไล่นิ้วไปตามผิวไม้ก่อนจะวาดรูปลงไป

งานคุณมีสไตล์โดดเด่นซึ่งเป็นที่จดจำได้ทันที ซึ่งเป็นอะไรที่น่าภูมิใจนะ คุณรู้ตัวเมื่อไหร่ว่าได้พบสไตล์ของตัวเองแล้ว
ฉันแค่รู้สึกสบายใจกับสาวๆ ที่วาดออกมา ฉันรู้สึกดีกับลายเส้นและโทนสีบางอย่าง และสนุกกับการวาดดวงตากับริมฝีปากเฉพาะแบบ ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าสาวๆ ทั้งหมด (รวมทั้งรูปผู้ชายด้วย) เป็นรูปของคนๆ เดียวกัน เพียงแต่คนละอารมณ์ คนละหุ่นหรือคนละใบหน้า แต่สุดท้ายแล้วพวกเธอก็คือคนเดียวกัน

คุณเคยใช้นางแบบเป็นแบบวาดมั่งรึเปล่า คุณวาดสาวๆ พวกนั้นออกมาได้ยังไง ใช้จินตนาการอย่างเดียวเลยหรือ
ฉันเซฟเก็บภาพไว้เป็น reference เยอะเลย ฉันติดภาพถ่าย ภาพวาด งานศิลปะและอะไรทั้งหลายแหล่ แถมยังเป็นนักถ้ำมองที่ชอบแอบดูผู้คนอีกด้วย ฉันชอบดูพวกเขาเคลื่อนไหว ขยับตัว มองดูดวงตาพวกเขา ฉันได้แรงบันดาลใจมาจากภาพต่างๆ รอบตัว รวมถึงภาพถ่ายที่ฉันถ่ายตัวเอง หรือภาพที่คนอื่นถ่ายตัวเองหรือคนรักของพวกเขา

คุณชอบสีน้ำมันหรืออะคริลิก? ทำไม? และคิดจะใช้มีเดียมอื่นๆ เพิ่มเข้ามาในงานอีกมั่งมั้ย
สีน้ำมันสิ แห้งช้าดี ทำให้ได้สีและพื้นผิวแบบที่ต้องการได้ง่ายกว่าเยอะ ฉันยังไม่เคยนึกถึงเรื่องมีเดียมตัวอื่นนะ ตอนนี้ฉันสบายใจกับสิ่งที่ใช้อยู่

พูดถึงเรื่องสี คุณมีสีโปรดสีไหนบ้างที่ชอบใช้บ่อยๆ
ฉันใช้สีเหลืองเนเปิ้ลส์สำหรับสีผิว สีชมพูกุหลาบสำหรับแก้ม ข้อต่อ และปลายนิ้ว ฉันชอบสีเขียวตะไคร่มาตลอด หลังๆ มานี้ฉันชักชอบสีเขียวอมฟ้าแบบน้ำทะเล ฉันรู้สึกดีกับสีแนวเอิร์ธโทน ที่ดูขรึมๆ หน่อย ไม่สดเกิน ลุ่มลึกหน่อย

ถ้าคุณสามารถร่วมงานกับศิลปินคนไหนก็ได้ ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว คุณอยากให้เป็นใคร
คำถามนี้ยากจัง คุณรู้จักใครที่วาดรูปผู้ชายเซ็กซี่ๆ มั่งมั้ย จะได้มาคั่วกับสาวเซ็กซี่ของฉันไง อิอิ

ศิลปินคนโปรดของคุณตอนนี้มีใครมั่ง
โห เยอะแยะเลยล่ะ... Jenny Saville. Lisa Yuskavage. Inka Essenhigh. James Jean. David Choe. Kozyndan. Manny Silva. Cheval Noir. Meg Hunt. Brandi Milne. Lilli Piri. Jophen Stein. Thomas Han. Isaac Piero. Eric Morrell. Katsuya Terada. Hideaki Kawashaima. Mako Katsuta. Erosty Pop. Maiko Dake. Yoko Tadanori. Seth Fisher. Seonna Hong. Autumn Whitehurt. Scott Radke. Marten & Munoz.

การเป็นศิลปินให้อิสระยังไงกับคุณมั่ง
สามารถสร้างสรรค์งานออกมาได้ โดยไม่ต้องมีการเซ็นเซอร์ ในชีวิตจริง ตอนไม่ได้ทำงาน ฉันก็อาศัยอยู่บนโลกใบปกติที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ต่างๆ นานา เราไม่สามารถเถื่อนถ่อยหรือแสดงออกมากเกินไป แต่พอมีดินสอกับพู่กันอยู่ในมือ ฉันก็อยู่ในโลกแฟนตาซี ไร้กฎ ไร้ข้อบังคับ ไร้พันธนาการฉุดรั้ง พลังและแรงปรารถนาทั้งหมดของฉันท่วมท้นไหลหลั่งออกมา จนผ่อนคลายแห้งเหือด นั่นล่ะอิสรภาพสำหรับฉัน....

Translated by Sunday-Syndrome

From: http://www.sourharvest.com/2/index.htm
Official Site: www.audrey-kawasaki.com

โอ้แม่เจ้า! ไม่น่าเชื่อว่า 'WK Interact' และ 'Obey Giant' สองศิลปินสุดโปรดของเราจะได้ร่วมงานกัน ใน Project ที่มีชื่อว่า 'The East/West Propaganda Project' เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพวกเขาเพิ่งไปบุกยึด 'Tokyo Wonder Site' โดยจะแสดงถึงวันที่ 22 เม.ย. นี้ ก่อนจะย้ายจากญี่ปุ่นไปบุกยึด Galerie Du Jour ที่ปารีสต่อ งานนี้เกิดขึ้นได้เพราะมี Sponsor ที่เข้าใจงานศิลปะอย่าง 'Agnes B'ว่างๆ มาเปิดสาขาที่เมืองไทยบ้างเด้อ


'WK Interact'


'Obey Giant'

ป.ล. เข้าไปดูบรรยากาศงานแก้เสี้ยนได้ที่ supertouchblog.com

อึ้งแดกบรรยายไม่ถูก ไม่ต้องพูด ตามไปดูต่อที่ http://www.flickr.com/photos/merkley