
Tim Burton : A lot of things you see as a child remain with you
by Film Skeptic
จะมีคนทำหนังซักกี่คนหนอ ที่ฮอลลีวู้ดตามใจเหลือเกิน อยากทำอะไรก็ไม่ขัด ...เหลียวซ้ายแลขวาก็เห็น ทิม เบอร์ตันนี่แหละที่โดดเด่นขึ้นมา ไฉนบุรุษผู้โปรดปรานการสวมชุดดำเป็นชีวิตจิตใจ (เขาบอกว่าขี้เกียจเสียเวลาเลือกชุด ^_^ ) ทำหนังก็มักไม่พ้นเรื่องราว Gothic แสนมืดหม่น จึงได้รับอภิสิทธิ์ถึงเพียงนี้ เราอาจไม่มีคำตอบมาให้แต่ว่าเรามีเรื่องราวของเขามาเล่าให้ฟัง
ทิม เบอร์ตันมีหัวทางวาดๆเขียนๆตั้งแต่เด็ก เขายังได้เคยทำหนังด้วยกล้อง Super 8 camera ออกมาเป็นหนังระทึกขวัญด้วย แต่ตอนนั้นเขาจงใจที่จะทำในแง่ของศิลปะมากกว่ามุ่ง ทำหนัง ตามความเข้าใจปัจจุบัน
Timothy W. Burton เกิดวันที่ 25 สิงหาคม 1958 ที่แคลิฟอร์เนีย เติบโตขึ้นมาโดยไม่มีเพื่อนมากนัก เวลาว่างก็มักจะวาดการ์ตูนและดูหนังเก่าๆ แววทางศิลปะเริ่มฉายชัดเมื่ออยู่เกรด 9 ซึ่งเขาชนะเลิศการออกแบบโปสเตอร์รณรงค์การไม่ทิ้งขยะของเมืองที่เขาอยู่ และผลงานของเขาได้ปรากฏต่อสาธารณชนไปทั่ว จากนั้นเบอร์ตันก็เข้าเรียนใน California Institute of the Arts เมื่อเรียนจบฝีไม้ลายมือของเขาก็เข้าตาสตูดิโอ Disney ซึ่งเขาก็ได้ทำงานที่นั่นทันทีในตำแหน่ง animator โอกาสงดงามวิ่งมาสู่เขา เมื่อเขาได้ทำหนังชื่อ Vincent (1982) ซึ่งเป็น Animation เกี่ยวกับเด็กชายผู้อยากจะเป็น Vincent Price นักแสดงผู้โด่งดังในอดีต หนังได้รับการวิจารณ์ในทางชื่นชมและคว้ารางวัลติดมืออีกเพียบ
งานที่ทำให้ชื่อของเบอร์ตันเป็นที่รู้จักอย่างแท้จริงคือ หนังยาวของเขาเรื่องแรกชื่อ Pee-wees Big Adventure (1985) ที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นใจมาก หลังจากนั้นบทหนังมากมายก็ถูกเสนอให้ผู้กำกับคนเก่งทำเป็นหนัง แต่ระดับเบอร์ตันย่อมไม่ทำอะไรเบสิกๆอยู่แล้ว สามปีหลังจากนั้น เขาจึงตัดสินใจไม่ทำหนังอะไรเลย จนบทเรื่อง Beetle Juice (1988) ตกมาถึงมือ เขาเสกมันเป็นหนังในระดับ Big Hit และแล้วชื่อของเขาในฮอลลีวู้ดก็หอมหวลขึ้นมาทันที
ปีต่อมา 1989 เบอร์ตันทำหนังกับวอร์เนอร์บราเธอร์ คือ Batman นำแสดงโดย Michael Keaton พระเอกดังแห่งยุค เขาเปลี่ยมโฉมแบทแมนให้หม่นขึ้นแต่มันก็เป็นหนังที่ดูสนุกเอามากๆ และก้าวสู่อันดับหนังทำเงินอย่างรวดเร็ว จากความสำเร็จนี้ เขาก็ต่อด้วย Edward Scissorhands (1990) หนังกึ่งมหัศจรรย์ผสานปรัชญาที่เป็นหนึ่งในที่สุดแห่งการให้อารมณ์และการแสดงออกทางศิลปะของเบอร์ตัน แต่สำหรับ Batman Returns (1992) หลายคนผิดหวังกับมัน อาจเป็นเพราะมันดูมืดดำกว่าภาคก่อนเข้าไปอีก แต่แบทแมนภาคนี้เบอร์ตันนับเป็นผู้เปิดพรมแดนใหม่ๆของหนังสไตล์ซุปเปอร์ฮีโร่เลยทีเดียว
หลังจากนี้ก็มีหนังอีกหลายเรื่องที่เขาได้แสดงอัจริยภาพอย่างเช่น The Nightmare Before Christmas (1993), Mars Attacks! (1996), Sleepy Hollow (1999), The World of Stainboy (2000), Planet of the Apes (2001), Big Fish (2003) จนถึงเรื่องปัจจุบัน Charlie and the Chocolate Factory (2005) ที่คนซึ่งได้ดูแล้วบอกว่า great fun ยังไงก็ยังไม่ต้องเชื่อก็ได้ ลองไปชมฝีมือของทิม เบอร์ตันกันเองเลยดีกว่านะจ๊ะ