2007/Sep/25

ผมคิดมานานแล้วว่าอยากเอา YOU ARE HERE เล่มเก่าๆ มาแจก แต่ก็คิดไม่ออกสักทีว่าที่ไหนจะเหมาะและเป็นไปได้ แต่แล้วค่ำคืนหนึ่งสิ้นเดือนส.ค. ขณะที่กำลังนอนเมาได้ที่ คำตอบของคำถามที่มีมานานก็เดินทางมาถึง ไม่รอช้ารุ่งเช้าผมโทรศัพท์ไปเล่าสิ่งที่ผมคิดคร่าวๆ ให้ที่ ArtGorillaz ArtGallery ฟัง

เป็นอย่างที่คาดหวัง เขาพอจะมีวันว่างให้เรา แต่ได้แค่ 2 วันเท่านั้น และจนกว่าจะถึงวันนั้นเรามีเวลาคิดและเตรียมการอีกเพียง 2 อาทิตย์

"พอไหว" ผมบอกตัวเอง แน่นอนตอนนั้นภาพในหัวของผมยังเป็นอะไรที่แสนจะเรียบง่าย ตามสไตล์เงินน้อย แต่ใจเยอะของเรา แต่ให้ตายเหอะ ผมดันประมาทลืมคิดไปว่า "นายเจมส์" เพื่อนซี้ที่ผมวานให้มาออกแบบงานนี้ มันเป็นสถาปนิกที่เคยถูกคณะบดีหาว่าเป็นบ้าตอนส่ง Thesis เรื่อง "พิพิธภัณฑ์ความหายนะของมนุษยชาติ"

และนี่คือสิ่งที่มันคิด

"ก่อนที่ชิ้นงานจะมาจบที่หนังสือ ขั้นตอนความคิดทุกอย่างจะถูกถ่ายทอดลงกรอบกระดาษ ซึ่งถ้าให้เห็นภาพชัดที่สุดก็คือกระดาษปรู๊ฟ แต่ด้วยเนื้อหาที่อยู่ข้างในนั้นเกี่ยวกับวัยรุ่นหัวก้าวหน้าที่ไม่ต้องการอยู่ในกรอบ ต้องการแหก แหวกออกมาข้างนอก รูปทรงของกระดาษจึงถูกบิดเบือนเหมือนสิ่งที่อยู่ข้างในต้องการทะลุทะลวงออกมา ซึ่งยังสะท้อนถึงมิติที่หลากหลายของพวกเขา อีกทั้งยังท้าทายให้ผู้ชมงานเปิดมุมมองที่หลากหลายในการเข้าถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน และสุดท้ายสิ่งที่อยู่ในกระดาษทั้งหมดก็พวยพุ่งมุ่งจากโดยรอบงานเข้ามาสู่บทสรุป ณ ใจกลางของงาน ซึ่งเป็นสถานที่แสดงนิตยสารทุกเล่มของเรา" - นี่ไอเดียคร่าวๆ ที่มันอธิบาย แล้วผมมาบอกตามความเข้าใจของผมเอง ไม่รู้ว่าใจว่าเข้าใจตรงกันทั้งหมดหรือเปล่า แต่ที่รู้คือมันบอกมากกว่านี้
============================================

"อย่าไปกลัว" เป็นปรัชญาการดำเนินชีวิตที่ผมใช้มานาน ("กอล์ฟ" เพื่อนรักของผมเป็นคนถ่ายทอดสิ่งนี้ให้ เขาบอกว่าเขาเรียนรู้มันจาก "Mr.Bean") มันทำให้ผมมองความลำบากเป็นเรื่องสนุกเสมอ

เวลาที่เหลือเราหมดไปกับการคิดเตรียมหาอุปกรณ์ และประชาสัมพันธ์งาน ซึ่งอย่างหลังเราทำได้ไม่มาก ถึงจะมีเพื่อนทำงานในวงการสื่ออยู่บ้าง แต่เวลาแค่นี้ พวกเขาช่วยได้ไม่ทัน

แล้วเวลาที่สนุกสนานที่สุดก็มาถึง เรามีเวลาตั้งแต่วันพฤ. บ่าย 2 จนถึงเวลาเปิดงานคือวันศุกร์ตอน 5 โมงเย็น นี่คือภาพวันแรก (ตอนต้นๆ เลยไม่มีภาพ เพราะ "นายโจ" ช่างภาพคู่บุญของเรามาถึงตอนเย็นๆ)

วันแรกเราทำงานจนถึงตี 2 พวกเราพบปัญหามากมาย ปัญหาก้อนใหญ่ที่สุดก็คือ เราไม่สามารถควบคุมรูปทรงด้วยตาข่ายลวดได้ดังหวัง อีกทั้งมันใช้เวลาและพลังมากกว่าที่เรามหาศาล ผมถ่ายรูปงานกลับมานั่งจิบเบียร์ช้างปรึกษากับนายเจมส์ว่าพรุ่งนี้เราต้องแก้ปัญหาตรงไหนและอย่างไร กว่าจะได้นอนก็เกือบตี 4
============================================

วันรุ่งขึ้นสมัครพรรคพวกสลบกันเป็นแถบกว่าจะมาช่วยงานก็เกือบเย็น ผมกับนายเจมส์เครียดกันสุดชีวิต ถึงจะมีเพื่อนที่รู้ทันเข้ามาสมทบทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ทุกขั้นตอนที่เราเตรียมไว้พบกับปัญหาที่คาดไม่ถึงมากมาย แถมเวลาก็ผ่านไปเร็วจนน่าตบกะโหลก ไม่ทันไรก็มาถึงเวลา 5 โมงเย็น มีคนเริ่มเดินมาดู มาถาม เราก็ได้แต่หน้าด้านบอกกลับไปว่า "งานยังไม่เสร็จเลยครับ ไปเดินเล่นสัก 40 นาทีก่อนแล้วค่อยกลับมาดีไหมครับ" หรือถ้าคนไหนคุ้นหน้าจำกันได้ ผมก็จะชี้หน้าบอกว่า "มึงว่างใช่ไหม มาช่วยกูเลย"

เวลาเดินไปจนถึง 6 โมงครึ่ง พวกเราหมดแรง นั่งดูงานตัวเอง

แล้วผมก็เดินไปเชิญคนที่ยืนรอเข้ามาในงาน ทั้งที่ยังไม่เสร็จนั่นแหล่ะ

โฉมหน้าของ 2 จอมยุทธกราฟฟิกเบื้องหลังความงดงามของนิตยสาร YOU ARE HERE (ซ้าย) "นายออฟ" - www.myspace.com/assajeree, (ขวา) "นายแจ๊ค" - www.arr3e.net

เกือบสามทุ่มคนเริ่มซา นิตยสาร Positioning ที่มารอมาตั้งแต่เย็น จึงได้โอกาสสัมภาษณ์และถ่ายรูป

สี่ทุ่มเราเริ่มทำงานที่ค้างกันต่อ ยังมีงานรอเราอยู่ เหนื่อยกันสุดๆ แต่ก็มันมืออยู่ต่อถึงตี 1 (จนได้)


============================================

วันสุดท้ายแสงสีพร้อม ดนตรีพร้อม ภาพ Motion ที่น้องๆ จาก 3 หนุ่มกลุ่ม Brownie Design (www.browniedesign.net, www.myspace.com/browniedesign) ทำมาก็พร้อม โคตรเหลือเชื่อเลยว่ะ

นายเจมส์เริ่มระรานชาวบ้านเปลี่ยนทิศยิงโปรเจ็คเตอร์ออกข้างนอก ไม่พอยังปีนบันไดขึ้นไปถอดหลอดไฟนีออนตรงทางเดินออกเฉยเลย

ก่อนเลิกงานนายเจมส์ทำการแผ่เมตตาแด่ผองเพื่อน

เก็บกวาดทำลายล้าง (เสื้อดำล่าง) "นายคิง" แห่ง ArtGorillas ผู้ติดบ่วงกรรมต้องมาช่วยเรายันดึกดื่นทุกวัน, (เสื้อเทาล่าง) "นายโจ" ช่างภาพผู้เก็บภาพบรรยากาศส่วนใหญ่

ห้องสะอาดเรียบ "ทรงศีล ทิวสมบูญ" ศิลปินคู่บุญที่มาช่วยวาดภาพโปสเตอร์งานครั้งนี้ ไว้อาลัยส่งท้าย ก่อนแยกย้ายกันไปตามยถากรรม

============================================

ป.ล. ขอโทษผู้ที่มาวันแรกทุกคนด้วยที่ไม่สามารถจัดงานให้สมบูรณ์ได้ทัน พวกเราประมาทเกินไป ไม่เคยมีใครทำงาน Event มาก่อนเลยสักกะนิดเป็นมือใหม่หัดขับแต่ดันเสือกอยากดริฟ ไม่ตายก็บุญถมไป

2007/Sep/05

+++ All Readers Invited +++

ขอชวนผู้อ่านนิตยสาร YOU ARE HERE ทุกคน ร่วมปิดฉากบันทึกความทรงจำกับนิตยสารทั้ง 62 เล่มของเรา พร้อมเลือกสะสม 6 เล่มที่คุณชอบเป็นที่ระลึก

สถานที่ ArtGorillas ArtGallery ชั้น 2 โรงภาพยนตร์ลิโด้
งานเปิดวันศุกร์ที่ 14 ก.ย. 50 เวลา 17.00-21.00
และในวันเสาร์ที่ 15 ก.ย. 50 เวลา 10.00-19.00
*15.00-16.00 - ชั่วโมงแห่งการปะทะสังสรรค์จับเข่าพูดคุยกับบ.ก.

เพิ่มเติม @ www.youareheremag.net, www.myspace.com/artgorillas

2007/Aug/30

Click Here To Download YOU ARE HERE Magazine Issue 62

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายจริงๆ แล้วครับ ตอนนี้เรากำลังเตรียมการจัดนิทรรศการอำลา นำ YOU ARE HERE ตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มสุดท้ายมาแสดง พร้อมนำเล่มเก่าๆ ที่เรากั๊กไว้ทั้งหมดมาแจกในงาน คาดว่าจะจัดช่วงกลางเดือนก.ย. นี้ อย่าลืมติดตามกันดู ส่วนเหตุผลที่เลิกทำ เดี๋ยวจะมีแถลงการณ์อธิบายใน Blog นี้อีกเช่นเดียวกัน

2007/Aug/30

งานคอนเสิร์ตพิเศษจากค่ายอินดี้สุดเลิฟของเรา Panda Records งานนี้ Rabbit Garden (June Garden), Lab Experimental (June Stylish Nonsense), Nakata & Prisri (Oaks Redtwenty & Temporary Channel), My Post Life (Pok Stylish Nonsense), Lo-fi Radio (Tat The Darlings) 31 ส.ค. นี้ เพิ่มเติม www.myspace.com/nospacegallery

2007/Aug/17



Map

www.myspace.com/its_blogparty

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Map

งานนี้มีต่อเนื่องเป็นงานสัมมนาในวันเสาร์ถัดมาด้วย

www.myspace.com/artgorillas
www.myspace.com/fanione
www.dyzla.com

2007/Aug/15

Download YOU ARE HERE Issue 61

2007/Aug/15

ฟิกเกอร์ใหม่ล่าสุดจากบริษัทเล่นอะไร คราวนี้เป็นทีของนักเขียนการ์ตูนชื่อดังทรงศีล ทิวสมบูรณ์ มาวาดลวดลายนำเสนอตัวละครใหม่ Bobby Swingers ในเซ็ทมี Mini CD 4 เพลงแถมมาด้วย ไปดูของจริงได้ที่ร้าน Area 51 ชั้น 7 MBK Center The latest figure from Len-Arai is Bobby Swingers from the graphic novel by Songsin Tiewsomboon. The boxset comes with a mini CD compiling 4 songs. Grab one now @ Area 51, 7th Fl MBK.

2007/Aug/15

-หัวใจของเพลงที่ดีอยู่ที่จังหวะ แล้วดูเหมือนว่าสี่หนุ่มวง Spoon จากเท็กซัสจะค้นพบสูตรลับในการสร้างสรรค์จังหวะเพลงอินดี้ ร็อคที่ทะลุทะลวงโสตประสาทเข้าไปกุมหัวใจของเราได้อย่างง่ายดาย The soul of a song is its rhythm, and apparently 4 guys from Spoon have already discovered the secret formula to create indy rock that can easily make a way into our heart.

-ถึงจะเป็นร็อคแต่ซาวน์เคลียร์สุดๆ แถมมีรายละเอียดมากมาย พวกเขาใช้ตั้งแต่เสียงตบมือ เขย่าไข่ เครื่องเป่าทองเหลือง จนถึงเครื่องดนตรีแปลกๆ แบบ Koto (เครื่องสายของญี่ปุ่น) ได้อย่างชาญฉลาด Despite the rock essence, their sound is so crystal clear and very detailed. They wisely use the sound of handclap, egg shakers, brass instruments, and exotic instrument like Japanese Koto.

-เราพยายามนึกอยู่นานมากว่าจะเปรียบวงพวกเขากับวงไหนดี แต่ก็ไม่สามารถ เพลงของพวกเขาสดใหม่มาก จนหาใครเทียมยากจริงๆ I have tried so hard to think about other bands on the same wavelength, but their music is so fresh there aint any comparison.

-ทุกเพลงก็ดีพอที่จะตัดเป็นซิงเกิ้ล ถ้าลองได้ฟังสักรอบ รับรองว่าเพลงของพวกเขาจะติดอยู่ในเครื่องเล่น Mp3 ของคุณไปอีกหลายเดือนแน่นอน Each song is good enough for a single. Try it once and their songs will surely have their places in your Mp3 player for months.

-เราขอฟันธงให้รางวัลอัลบั้มแห่งปีล่วงหน้าไปเลย This album should be awarded the best album of the year in advance!

2007/Aug/15

-ถ้า Franz Ferdinand กำลังเล่นดนตรีร็อคให้ผู้คนแดนซ์, Digitalism ก็กำลังทำดนตรีแดนซ์ให้ผู้คนร็อค คือคำนิยามที่ดูโออ้วน ผอมจอมซ่าจากฮัมเบิร์ก ประเทศเยอรมันนีให้เอาไว้กับอัลบั้มของพวกเขาเอง "If Franz Ferdinand are doing rock music that make people dance, Digitalism are making dance music that make people rock this is the definition the dance-rock duo from Hamburg, Germany give to their own album.

-ถึงจะเป็นอัลบั้มแรกแต่ชื่อของ Digitalism ก็เคยผ่านหูผ่านตานักฟังเพลงในฐานะที่เคยริมิกซ์เพลงให้กับวงชื่อดังอย่าง The Futureheads, Daft Punk, Tiga, Klaxons, Depeche Mode มาแล้ว Although this is the first album, all music lovers may have already heard of the name Digitalism from the remix works for well-known bands like The Futureheads, Daft Punk, Tiga, Klaxons, and Depeche Mode.

-จังหวะแนวจักรกลเนี๊ยบๆ แบบ Daft Punk เมื่อมาผสมกับซาวน์เมาๆ แบบ The Chemical Brother แถมเติมความดิบแบบ Prodigy ไปอีก แค่นี้ทุกเซลในร่างกายของเราก็พร้อมจะขยับเขยื้อนอย่างพร้อมเพรียงกัน With Daft Punks neat and robotic rhythm mixed up with intoxicating sound like The Chemical Brother and the rawness of Prodigy, every molecule in your body will just want to rock!

-เป็นอัลบั้มที่ฟังแล้วเปรี้ยวปากอยากเมามากสุดๆ ใครรู้ว่าผับไหนเปิดเพลงพวกเขาส่งข่าวให้เราด่วน เสี้ยนมาก! This album really makes me wanna get drunk. Kindly inform me if any pub is playing their songs. Im so dying for booze!

2007/Aug/15

-สำหรับคนที่เกิดไม่ทัน นี่คือหนึ่งในวง Alternative Rock ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุค 90 (คู่แข่งคนสำคัญของ Nirvana) For those who werent born yet back then, this is the greatest Alternative Rock band in the 90s (Nirvanas no.1 rival).

-หลังจากการทะเลาะอย่างรุนแรงจนวงแตก ผ่านไป 7 ปี SP ก็กลับมาใหม่โดยที่ไม่มี Jame Iha และ DArcy มือกีต้าร์และเบส สมาชิกหลักดั้งเดิม After the major disagreement that broke the band, 7 years later SP is now back this time without Jame Iha and DArcy, their former guitarist and bassist.

-ถ้าไม่ติดเรื่องภาพลักษณ์ที่คุ้นตา เรื่องเพลงก็ไม่มีปัญหา เพราะแต่ไหนแต่ไร Billy Corgan นักร้อง มือกีต้าร์ หัวหน้าวง ก็ควบคุมวงในแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จทำเองหมดทุกอย่างอยู่แล้ว If this new appearance doesnt bother you, theres nothing you should worry about the music as Billy Corgan, the vocalist/guitarist/and the band leader, still handles everything in his own dictator way, just like good old days.

-ถึงแม้อัลบั้มนี้จะพาเราไปไม่ถึงจุดสุดยอดเหมือนอัลบั้มก่อนๆ แต่แฟนเก่าของ SP โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบยุคก่อนอัลบั้ม Adore การได้ฟังเสียงกีต้าร์เกรี้ยวกราด นัวเนีย ฉวัดเฉวียนที่คุ้นเคยก็อิ่มเอมสุดๆ แล้ว You might not have an orgasm with this latest album like before, but for long loyal fans of SP especially those who love the works before Adore, listening to the crazy fuming guitar sound is already more than enough.